ทานาคา ผง 100กรัม

ผู้หญิงพม่ามีชื่อเสียงว่าผิวหน้าเนียน เพราะพวกเธอใช้ทานาคา (Thanakha) แป้งที่ได้มาจากการนำเปลือกของต้นตะนะคามาบดให้ละเอียดใช้ป้องกันผิวจากแสงแดด และมีคุณสมบัติเป็นยา ผงทานาคามีสีเหลืองออกแดง ๆ เวลาใช้พอกหน้าทำให้ดูเหมือนถูกละเลงไปด้วยโคลน แต่ที่จริงเป็นเครื่องประทินผิวสำคัญที่สุดในการรักษาความงามของผู้หญิงพม่า แม้เครื่องสำอางทันสมัยจะแพร่เข้ามา ทานาคาก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ

หมวดหมู่ : 100กรัม

Share

รายละเอียดสินค้า

ที่มา https://www.prachachat.net/spinoff/culture/news-144886

ไม้ทานาคามีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Limonia acidissima Linn. เป็นไม้เนื้อแข็งที่พบในเขตแล้ง (Dry Zone) ตอนกลางของประเทศแถบเมืองพุกาม มัณฑะเลย์ ชเวโบ ส่วนที่ส่งกลิ่นหอมและใช้เป็นสมุนไพรประทินผิวคือส่วนเปลือก วิธีใช้อย่างง่ายที่สุดคือเอาท่อนทานาคามาฝนกับแผ่นหิน แล้วผสมน้ำเล็กน้อยจึงนำมาทาหน้าและตามเนื้อตัว เช่น ที่วงแขนหรือส่วนอับ

ไม่มีหลักฐานว่าชาวพม่าใช้ทานาคาประทินผิวกันตั้งแต่เมื่อไร บ้างสันนิษฐานว่ารับมาจากชาวมอญ ซึ่งมอญก็รับอิทธิพลจากชาวฮินดูในอินเดียมาอีกทอดหนึ่ง เพราะในราชสำนักอินเดียมีธรรมเนียมใช้ไม้จันทน์หอม (Sandal Wood) ทาที่หน้าผากและสันจมูกของราชโอรสราชธิดาที่เพิ่งมีประสูติกาล

กับมีตำนานเล่าขานว่ากษัตริย์องค์หนึ่งเสร็จไปบนดอยที่อุดมด้วยต้นทานาคา แล้วให้บังเอิญที่มเหสีทำผอบเครื่องหอมตกพื้น เป็นเหตุให้ต้นตะนะคาที่งอกใหม่ภายหลังมีกลิ่นหอมตรึงใจ ชาวพม่าจึงนิยมนำมาใช้ประทินผิวตราบจนทุกวันนี้

ชาวพม่าถือว่าแผ่นหินที่ใช้ฝนทานาคาหรือ “เจ้าก์ปยิง” นั้นเป็นของสูง ต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี ห้ามใครเดินข้าม เพราะมที “นัต” หรือภูตชั้นสูงคอยดูแลรักษา และต้องทำพิธีเซ่นสรวงบูชาเป็นประจำทุกปีในวันแรม 1 ค่ำหลังออกพรรษา คนที่มีความเชื่้อถือจะขอพรให้มีความงามสมปรารถนา หรือขอให้งามยิ่ง ๆ ขึ้น

ในตลาดพม่าทุกแห่งหนมีท่อนทานาคาและแผ่นหินฝน วางขายในราคาแสนถูก ส่วนสาวสมัยใหม่นิยมใช้แบบที่แปรรูปเป็นก้อนสบู่ เป็นแป้งตลับ เป็นครีม หรือเป็นน้ำหอม ล่าสุดมีแป้งฝุ่นทานาคาในกระปุกสวยหรู ผลิตในเมืองไทย ให้สาวไทยผิวเนียนเหมือนสาวพม่าแล้วนะครับ จุ๊จุ๊ อย่าบอกใคร แฟนผมยังชอบใช้เลยคุณ

จากหนังสือ หรรษาอาเซียน โดย ธีรภาพ โลหิตกุล สำนักพิมพ์มติชน สั่งซื้อหนังสืออนไลน์ส่งตรงถึงบ้านได้ที่ www.matichonbook.com

สินค้าเกี่ยวข้อง

กระชายเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกระชาย คือ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. วงศ์ขิง Zingiberaceae ชื่อท้องถิ่นมีมากมาย ได้แก่ กะแอน ละแอน (ภาคเหนือ) ขิงทราย (มหาสารคาม) ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) จี๊ปู ซีฟู (ฉาน-แม่ฮ่องสอน) เป๊าะซอเร้าะ, เป๊าะสี่ (กะเหรี่ยง - แม่ฮ่องสอน)

฿ 90 ฿ 90
฿ 55 ฿ 55 -39%
สมาชิก ฿ 55 ฿ 55 -39%

กล้วยน้ำว้า ถึงจะเป็นผลไม้ ที่ไม่น่าจะให้พลังงานได้เยอะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า กล้วยเป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้ง ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโครส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร และอุดมด้วย วิตามินบี 6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน แถมแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคความดันอีก ในบรรดากล้วยทั้งหมด กล้วยน้ำว้าให้แคลเวียมสูงสุด นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 ซี และไนอะซิน (บี 6) ในปริมาณที่เท่า ๆ กัน แต่ที่ทำให้กล้วยน้ำว้า มีคุณค่าสารอาหารที่พิเศษกว่ากล้วยชนิดอื่น นั่นก็คือ โปรตีนที่อยู่ในกล้วยน้ำว้า มีกรดอะมิโน อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก ถึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ถึงให้เรากินกล้วยบด เพราะอุดมด้วยสารอาหาร และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายเรานั่นเอง

฿ 55 ฿ 55
฿ 45 ฿ 45 -18%
สมาชิก ฿ 45 ฿ 45 -18%
Best Seller

ผงใบมะรุมเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีเยี่ยมและสามารถเป็นอาหารเสริมอย่างง่ายสำหรับคนแอฟริกา มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอีและ ธาตุอาหารสำคัญรวมทั้งซีลีเนียม และยังมีค่า RDA ของสารอาหารที่เกือบจะครบถ้วน (RDA ก็คือ ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน. ย่อมาจาก Recommended Dietary Allowance)

฿ 60 ฿ 60
฿ 55 ฿ 55 -8%
สมาชิก ฿ 55 ฿ 55 -8%

กระชายดํา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kaempferia parviflora Wallich. ex Baker. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ K. rubromarginata (S.Q. Tong) R.J. Searle และ Stahlianthus rubromarginatus S.Q. Tongl.) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)[1]

฿ 120 ฿ 120
฿ 90 ฿ 90 -25%
สมาชิก ฿ 90 ฿ 90 -25%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com