สมุนไพรผง & น้ำมันสกัดเย็น
 
  
ผลิตและจำหน่าย สมุนไพรเดี่ยวอบแห้งบดผงไม่ผสม และน้ำมันสกัดเย็นด้วยกรรมวิธีบีบเย็น100%
 
 
ส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย
 จัดส่งฟรีภายในประเทศเมื่อมียอดสั่งซื้อ 3000บาทขึ้นไป 
  
 
 
 

สินค้า

ใช้น้ำมันงาประกอบอาหารรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน และอาการท้องผูก น้ำมันงา ใช้ลดการหมักหมมในช่องท้อง โดยทานน้ำมันงาดิบ ๆ 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ ขณะท้องว่าง เพื่อให้ลำไส้ขับสิ่งที่หมักหมมอยู่ออกไป น้ำมันงา ใช้ทาผมจะทำให้ผมดำเป็นมันวาว ไม่แห้งแตกปลาย และใช้ทาผิว เพื่อให้ความชุ่มชื้น ลดรอยหยาบกร้าน ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง น้ำมันงาใส่ขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยใช้ขิงสดขูดละเอียดผสมกับน้ำมันงาในปริมาณเท่ากัน จุ่มผ้าฝ้ายลงในส่วนผสมนี้ นำมาถูนวดบริเวณที่ปวดเมื่อย ใช้กระเทียมสับผสมน้ำมันงา รักษาโรคผิวหนังอย่างกลาก เกลื้อน เรื้อนกวาง ทาบริเวณที่มีอาการ

฿ 490 ฿ 490
฿ 390 ฿ 390 -20%
สมาชิก ฿ 390 ฿ 390
-20%

สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่ จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปราณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำของกระเจี๊ยบเขียว มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและขับถ่ายออกทางอุจจาระ จึงไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ และสำหรับผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานและคอเลสเตอรอลสูง เส้นใยที่ละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียวจะช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลและน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่จับอยู่กับน้ำดีได้

฿ 120 ฿ 120
฿ 95 ฿ 95 -21%
สมาชิก ฿ 95 ฿ 95
-21%

ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีน ใช้บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง

฿ 160 ฿ 160
฿ 135 ฿ 135 -16%
สมาชิก ฿ 135 ฿ 135
-16%
Pre-Order

สินค้าผลิตตามสั่ง ผลิตจากจตุผลาธิกะผง100% ดูแลการผลิตโดยเภสัชกรแผนไทย

฿ 950 ฿ 950
฿ 800 ฿ 800 -16%
สมาชิก ฿ 800 ฿ 800
-16%

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mucuna pruriens (L.) DC. ตามสรรพคุณพื้นบ้านนั้น เมล็ดของหมามุ่ยถูกนำมาใช้ในตำรับยาไทยมาช้านานในการรักษาโรคบุรุษ

฿ 1,200 ฿ 1,200
฿ 990 ฿ 990 -18%
สมาชิก ฿ 990 ฿ 990
-18%

ตำรายาแผนโบราณ: กล่าวว่า ผลแก้อัมพาต  แก้เส้นปัตตะฆาต  แก้เส้นอัมพฤกษ์  แก้คุดทะราดให้ปิดธาตุ  แก้โรคหลอดลมอักเสบ  เป็นยาขับระดู  เป็นยาธาตุ  ทาแก้ปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ  ระงับอชิณโรค  บำรุงธาตุ  ขับลม  ขับลมให้กระจาย  ขับผายลม  แก้ลม  ขับลมในลำไส้  แก้ท้องร่วง  แก้ธาตุพิการ  แก้ธาตุไม่ปกติ  แก้ปฐวีธาตุพิการ  แก้วิสติปัฏฐี  แก้ปัถวีธาตุ  20  ประการ  บำรุงร่างกาย  เจริญอาหาร  แก้จุกเสียด  เจริญไฟธาตุ  แก้ปวดท้อง ขับเสมหะในโรคหืด  แก้อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก)  ปรุงเป็นยาประจำ  ปัถวีธาตุ  เป็นยาขับรกให้รกออกง่าย  ภายหลังจากการคลอดบุตรและใช้เวลาโลหิตตกมาก  แก้เสมหะ  แก้หืดไอ  แก้ลมวิงเวียน  แก้ริดสีดวงทวาร  แก้คุดทะราด  แก้อาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ  แก้อาการคลื่นไส้  (เกิดจากธาตุไม่ปกติ)

฿ 550 ฿ 550
฿ 450 ฿ 450 -18%
สมาชิก ฿ 450 ฿ 450
-18%

ผลการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า บอระเพ็ดสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยภาวะอ้วนลงพุงที่รับประทานแคปซูลผงบอระเพ็ด ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หรือยาหลอกเป็นเวลา 2 เดือน ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มทดลองก่อนรับประทานบอระเพ็ด ทว่าการทดลองเรื่องบอระเพ็ดลดน้ำตาลในเลือดจำเป็นต้องศึกษาลึกไปกว่านี้เพื่อความชัดเจนและถูกต้องของข้อมูล

฿ 350 ฿ 350
฿ 280 ฿ 280 -20%
สมาชิก ฿ 280 ฿ 280
-20%

รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย คนเดินป่านิยมกันนัก เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน ช่วยคลายอาการปวดเมื่อย ป้องกันและรักษาไข้ป่าในระหว่างการเดินทาง (ราก)[1],[7] ส่วนทางภาคใต้จะใช้ทั้งแก่นและรากนำมาต้มกับน้ำกินวันละ 3-4 ครั้ง และช่วงก่อนนอนเป็นยาโด๊ปชั้นยอดที่ช่วยบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เลือดไหลเวียนดี (แก่นและราก)[7]

฿ 450 ฿ 450
฿ 350 ฿ 350 -22%
สมาชิก ฿ 350 ฿ 350
-22%

ผลยอยังมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งสารสำคัญที่มีผลในการบำบัดอาการนี้คือ สโคโปเลติน (Scopoletin) โดยเป็นสารอาหารจากพืชอย่างหนึ่ง ที่พบในลูกยอ สารตัวนี้จะมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่หดตัว ผลคือ ทำให้ระดับของความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งจะมีผลในการชลอการเสื่อมของหัวใจด้วย กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว และการสร้าง ภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดี ขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อโรค,

฿ 420 ฿ 420
฿ 350 ฿ 350 -17%
สมาชิก ฿ 350 ฿ 350
-17%

รางจืด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia) เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถาในวงศ์เหงือกปลาหมอ มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ รางจืดได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งการถอนพิษ"[1][2][3] มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ หรือใช้เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ รวมถึงใช้เป็นยารับประทานเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ

฿ 65 ฿ 65
฿ 55 ฿ 55 -15%
สมาชิก ฿ 55 ฿ 55
-15%

งาม้อน ที่ว่านี้ เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ได้เป็นทั้งอาหารและยาในประเทศแถบเอเชียมานานแล้ว ที่สำคัญ ล่าสุดศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน จ.น่าน มีการวิจัยมล็ดงาม้วน พบว่ามีสาร "โอเมก้า 3" ในงาม้อน ซึ่งสารที่ว่านี้สำคัญมากครับ คือจะช่วยบำรุงสมอง ชะลอความแก่ แก้เคล็ดขัดยอก ลดริ้วรอยบนใบหน้า บำรุงผิว

฿ 150 ฿ 150
฿ 135 ฿ 135 -10%
สมาชิก ฿ 135 ฿ 135
-10%

ระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี อยู่ในปริมาณพอสมควร            ที่สำคัญกระเจี๊ยบเขียวมีกลูตาไธโอน (glutathione) มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ ทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย และช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนิยมใช้สารนี้เพื่อให้ผิวขาวขึ้น เพราะกลูตาไธโอนสามารถกดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว           นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของพืชผักที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และเส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เพกทิน (pectin) และเมือก (mucilage) ซึ่งเกิดจากสารประกอบ acetyated acidic polysaccharide และกรดกาแล็กทูโลนิก (galactulonic caid)             สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่ จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปราณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง

฿ 850 ฿ 850
฿ 790 ฿ 790 -7%
สมาชิก ฿ 790 ฿ 790
-7%

สินค้าตัวนี้เป็นเหง้าขิงแห้งอบและบดผงไม่ใช่แบบที่ชงละลาย "ขิง" เป็นสมุนไพรที่คนไทยนำมาปรุงเป็นอาหาร ได้สารพัด ช่วยทำให้อาหารหอมหวนชวนทาน ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหาร นอกจากเป็นอาหารเลิศรสแล้วยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าขิงช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับเหงื่อ ขับน้ำนม

฿ 350 ฿ 350
฿ 250 ฿ 250 -29%
สมาชิก ฿ 250 ฿ 250
-29%

คุณประโยชน์มีดังนี้ 1. ท้องเสียและถ่ายท้อง: คั้นน้ำผักขม ผสมกับเทียนดำป่น ดื่มวัน3ครั้งเมื่อหายแล้วหยุดดื่ม 2. ไอและหอบ: เทียนดำป่นผสมน้ำผึ้ง รับประทานเมื่อเริ่มจะมีอาการกำเริบ 1-2 ช้อนโต๊ะ 3. โรคผิวหนัง: น้ำมันเทียนดำครึ่งช้อนชา น้ำมันดอกกุลาบครึ่งช้อนชา แป้งสาลี 1 ช้อนชา ผสมแป้งนวดจนเป็นก้อน นำน้ำส้มสายชูเจือจาง 1 ช้อนชา ทาบริเวณที่เป็น และเอาแป้งที่นวดวางบริเวณที่เป็น 4. สิว: เทียนดำป่นหนึ่งส่วน, เปลือกทับทิมป่นครึ่งส่วน, น้ำส้มสายชูแอปเปิล(น้ำส้มสายชูแท้) หนึ่งส่วน, น้ำมันเทียนดำ, ผสมทุกอย่างตั้งไฟกวนจนเข้ากันดี ทาหัวสิวหรือฝีก่อนนอน 5. ไซนัส: น้ำมันเทียนดำ น้ำมันมะกอก ผสมให้เข้ากันดี หยอดรูจมูก 3 หยดทุกเช้า 15 วัน 6. หวัด: น้ำมะนาว น้ำหัวหอม น้ำมันเทียนดำ ผสมเข้ากันดี หยอดจมูก 2-3 หยด 7. ไข้หวัดใหญ่: เทียนดำป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ ชงกับนมสดอุ่น 1 แก้วใหญ่ดื่มตลอดวัน 8. คอและต่อมทอมซิลอักเสบ: เทียนดำครึ่งช้อน, น้ำชาอุ่น, ดื่มน้ำและกลั้วคอด้วยชาผสมน้ำมันเทียนดำ 9. เหงือกและฟันอักเสบ: เทียนดำป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู้แอปเปิลหนึ่งช้อนชา ผสมกันใช้กลั้วคอ และนวดเหงือกด้วยน้ำมันเทียนดำ 10. ปวดหัว: เทียนดำป่น, น้ำมันมะกอก, ผสมกันและคั้นเอาแต่น้ำ หยอดจมูกทั้งสองข้าง 11. ไมแกรน: น้ำมันเทียนดำหยอดหูทันทีที่ปวดหัว พร้อมทั้งเอาน้ำมันนวดท้ายทอยทันทีที่ปวด เอาเม็ดเทียนดำต้มน้ำ ชงกับน้ำผึ้งดื่ม 12. ปวดหลัง: เทียนดำป่นหนึ่งกิโลกรัม น้ำผึ้ง 150 กรัม ผสมเข้ากัน รับประทานสองครั้ง ครั้งละหนึ่ง ช้อนโต๊ะ เช้าและเย็นหลังอาหารหนึ่งชั่วโมง เป็นเวลา10 วัน (ห้ามเว้นเด็ดขาด) 13. ประสาทเครียดหรือกังวลใจ: นมสดอุ่น น้ำมันเทียนดำห้าหยด น้ำผึ้ง ชงทานเมื่อมีอาการ 14. โรคปวดตามข้อ: เม็ดเทียนดำป่น, น้ำมันเทียนดำ, น้ำผึ้ง, เอาเม็ดเทียนดำต้มน้ำจนเดือดสักครู่ เทใส่แก้ว หยดน้ำมันเทียนดำใส่ชงด้วยน้ำผึ้งดื่ม 15. กระตุ้นสมอง: น้ำมันเทียนดำ, สะระแหน่, น้ำผึ้ง, ต้มสะระแหน่ หยดน้ำมัน 7 หยด ชงด้วยน้ำผึ้งดื่ม 16 ความจำดี: สะระแหน่ป่นหนึ่งแก้ว, เทียนดำป่นหนึ่งแก้ว, ยีสต์เม็ดแห้งหนึ่งช้อนโต๊ะ, ขิงป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง, ทั้งหมดผสมให้เข้ากันดี บรรจุขวดแก้ว ทานหนึ่งช้อนทุกๆเช้า * ข้อมูลทั้งหมดนำมาจากวารสารของสมาคมนักเรียนไทย ณ.กรุงไคโร ที่มา: http://www.moradokislam.org

฿ 250 ฿ 250
฿ 170 ฿ 170 -32%
สมาชิก ฿ 170 ฿ 170
-32%

น้ำมันรำข้าวมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid: MUFA) สูงกว่า 40% ของปริมาณกรดไขมันทั้งหมด ซึ่ง MUFA นี้เป็นตัวช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และยังสามารถเพิ่มหรือคงระดับคอเลสเตอรอลที่ดี น้ำมันรำข้าวมีสัดส่วนกรดไขมันในปริมาณที่สมดุล เหมาะสมต่อผู้บริโภคที่สุดตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Heart Association: AHA) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ซึ่งสัดส่วนกรดไขมันที่เหมาะสมนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง

฿ 750 ฿ 750
฿ 650 ฿ 650 -13%
สมาชิก ฿ 650 ฿ 650
-13%

กวาวเครือขาวมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพร หัว บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ผอมแห้ง นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านมขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือน บำรุงความกำหนัด บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี บำรุงโลหิต กินได้นอนหลับ ผิวหนังเต่งตึงมีน้ำมีนวล ถ้ารับประทานเกินขนาดจะเป็นอันตรายได้ ทำให้มีอาการมึนเมา คลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้แท้งบุตรได้ เปลือกเถา แก้พิษงู ในพม่าใช้ หัว เป็นยาอายุวัฒนะของทั้งหญิงและชาย แต่ไม่เหมาะกับคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธุ์

฿ 55 ฿ 55
฿ 45 ฿ 45 -18%
สมาชิก ฿ 45 ฿ 45
-18%
Powered by MakeWebEasy.com