ว่านนางคำ ผง 1กิโลกรัม

ผงว่านนางคำสามารถนำมาใช้มาส์กพอกหน้าได้เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่องสวยงาม ช่วยป้องกันสิว ฝ้า จุดด้างดำ ช่วยทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย โดยสามารถหาซื้อได้ในรูปแบบสำเร็จจะสะดวกหน่อย ส่วนวิธีการใช้ก็ง่าย ๆ ใช้ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำสะอาด แล้วนำทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก

หมวดหมู่ : 1กิโลกรัม

Share

รายละเอียดสินค้า

ที่มา https://medthai.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3/


21 สรรพคุณและประโยชน์ของว่านนางคำ ! (Wild Turmeric)
By MedThai | POSTED: 17 กันยายน 2013, UPDATED: 4 สิงหาคม 2017

ว่านนางคํา ชื่อสามัญ Wild Turmeric

ว่านนางคํา ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma aromatica Salisb. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Curcuma wenyujin Y.H.Chen & C.Ling, Curcuma zedoaria Roxb.) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)

 
หัวของว่านนางคำนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับขมิ้นชัน แต่ก็มีวิธีสังเกตง่าย ๆ นั่นก็คือ กลิ่นของว่านนางคำจะมีกลิ่นหอมเย็น ๆ เมื่อหักแล้วใช้ลิ้นแตะจะมีรสฝาด ส่วนกลิ่นของขมิ้นชันนั้นจะมีกลิ่นหอมแบบร้อน ๆ และมีรสเผ็ดปร่า ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน

สมุนไพรว่านนางคำ มีน้ำมันหอมระเหยอยู่หลายชนิด และมีสารกลุ่ม Curcuminoids ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือใช้เป็นยาสมุนไพร และยังเป็น "พญาว่าน" อีกด้วย เพราะสามารถช่วยแก้พิษของว่านได้ทั้งปวง

ลักษณะของว่านนางคำ
ต้นว่านนางคำ เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าและหัวสีเหลืองอยู่ใต้ดิน มีลำต้นแทงขึ้นมาจากหัว หัวมีกลิ่นหอม แตกแขนงเป็นแง่งคล้ายขมิ้นชัน เนื้อในเมื่อหักดูจะมีสีเหลืองเข้มหรือสีทองดูสวยงาม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหัวไปปลูก


ใบว่านนางคำ มีใบเป็นใบเขียว ออกเป็นกระจุกใกล้กับรากประมาณ 5-7 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปหอกกว้าง ปลายใบเรียวแหลม ใต้ท้องใบมีขน ใบมีความกว้างประมาณ 10-14 เซนติเมตรและยาวประมาณ 40-70 เซนติเมตร


ดอกว่านนางคำ ออกดอกเป็นช่อเชิงลด มักมีดอกก่อนใบงอกจากเหง้า มีช่อดอกยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร มีใบประดับที่ปลายช่อมีสีชมพู ใบประดับที่รองรับมีดอกสีขาวแกมสีเขียว ปลายโค้งยาวได้ถึง 6 เซนติเมตร ส่วนใบประดับย่อยมีสีขาว ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2 เซนติเมตร กลีบดอกมีสีขาวแกมชมพู แฉกกลางเป็นรูปไข่กว้าง แฉกข้างเป็นรูปขอบขนาน กลีบปากเป็นรูปโล่แยกเป็น 3 แฉก มีสีเหลืองเข้ม
 


สมุนไพรไทยว่านนางคำ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด โดยแต่ละชนิดก็มีสรรพคุณและลักษณะของลำต้นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งได้แก่ 

ว่านนางคำ ชนิดต้น ก้าน และครีบเป็นสีแดง เนื้อในหัวมีสีเหลือง ใบสีเขียวเรียว (มีสรรพคุณช่วยกระทุ้งพิษในร่างกาย แก้ฟกช้ำบวม แก้พิษว่านอื่น ๆ)
ว่านนางคำ ชนิดต้นสีเขียว เนื้อในหัวมีสีขาว (มีสรรพคุณช่วยแก้ฤทธิ์ว่านทั้งปวง)
ว่านนางคำ ชนิดต้นเขียว กลางใบมีสีแดง เนื้อในหัวมีสีเหลืองเข้ม ใบมีขนาดใหญ่ และเป็นชนิดที่นิยมปลูกโดยทั่วไป (หัวมีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ แก้อาการปวด ช่วยขับลม แก้อาการฟกช้ำ ข้อเคล็ด ส่วนรากเป็นยาสมานแผล ยาขับเสมหะ แก้ท้องร่วง รักษาโรคหนองใน)
สรรพคุณของว่านนางคํา
ว่านนางคำ มีสรรพคุณช่วยกระทุ้งพิษต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยแก้พิษจากว่านร้ายต่าง ๆ แก้ฤทธิ์ของว่านทั้งปวง เพราะว่านนางคำจัดเป็น "พญาว่าน"
สมุนไพรว่านนางคำ น้ำมันหอมระเหยจากว่านนางคำมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
หัวและรากว่านนางคํา มีสรรพคุณช่วยควบคุมธาตุในร่างกาย (หัว, ราก)
ส่วนของรากใช้เป็นยาขับเสมหะ (ราก)
หัวใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ ลดกรดในกระเพาะ (หัว)
  

ช่วยแก้อาการปวดท้อง ถ่ายท้อง ด้วยการใช้หัวสดนำมาฝนผสมกับน้ำปูนใสกิน อาการจะค่อย ๆ ทุเลาลง หรือจะกินหัวสดผสมกับเหล้าขาวก็ได้เช่นกัน (หัว)
ส่วนของรากช่วยแก้ลงท้องหรืออาการท้องเสีย ท้องเดิน ท้องร่วง (ราก)
ช่วยแก้กามโรค (หัว)
รากช่วยรักษาโรคหนองในเรื้อรัง (ราก)
รากใช้เป็นยาสมานแผล (ราก)
หัวใช้ตำนำมาพอกช่วยแก้อาการฟกช้ำบวมตามร่างกาย (หัว)
หัวใช้ฝนแล้วนำมาทาแก้อาการเม็ดผื่นคัน (Prurigo) และโรคผิวหนังต่าง ๆ หรือใช้หัวตำผสมกับเหล้า 40 ดีกรีแล้วนำมาฟอกก็ได้เช่นกัน (หัว)
ในตำราจีนใช้ว่านนางคำเป็นยาฆ่าเชื้อ ฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย (หัว)
ช่วยรักษาอาการข้อเคล็ด เคล็ดขัดยอก อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (หัว)
ประโยชน์ของว่านนางคำ
นิยมใช้ปลูกไว้ประจำบ้าน เป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกที่สวยงาม
การปลูกว่านนางคำไว้ประจำบ้าน เชื่อว่าจะทำให้มีเสน่ห์ มีเมตตามหานิยมแก่ผู้ที่อาศัยในบ้าน ช่วยปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัยให้อยู่เย็นเป็นสุข ช่วยให้รอดพ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องคุณไสย
ผงว่านนางคำสามารถนำมาใช้มาส์กพอกหน้าได้เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่องสวยงาม ช่วยป้องกันสิว ฝ้า จุดด้างดำ ช่วยทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย โดยสามารถหาซื้อได้ในรูปแบบสำเร็จจะสะดวกหน่อย ส่วนวิธีการใช้ก็ง่าย ๆ ใช้ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำสะอาด แล้วนำทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก
หัวของว่านนางคำเมื่อนำมาหักหรือผ่าจะมีกลิ่นหอมเย็น ๆ เมื่อสูดดมแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่น
สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าได้อย่างหลากหลาย เช่น ว่านนางคำผงหรือผงว่านนางคำมาส์กหน้า หรือทำเป็นโลชั่นบำรุงผิวว่านนางคำ ทำเป็นสบู่สมุนไพรว่านนางคำ ทำเป็นยากันยุง เป็นต้น
สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบเข้าในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น ยาสตรีว่านนางคำ ที่ช่วยแก้อาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ เป็นต้น
ว่านนางคำที่ปลูกกันอยู่ทั่วไป หัวว่านนางคำนอกจากจะใช้ผสมเป็นยาทาแก้อาการเคล็ดบวม ยังสามารถนำมาใช้ย้อมสีผ้าให้เป็นสีเหลืองที่ติดทนนาน (สมัยก่อนใช้ย้อมทำจีวรพระ) หรือคั้นเอาน้ำมาใช้เขียนภาพได้อีกด้วย


แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ศุนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, เว็บไซต์ไทยเกษตรศาสตร์, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai) 

สินค้าเกี่ยวข้อง

สมุนไพรรางจืด "ราชาแห่งการถอนพิษ" เป็นสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปเลือกใช้เพื่อใช้แก้พิษต่าง ๆ เช่น พิษจากยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ สารตะกั่ว ฯลฯ ยิ่งเมื่ออยู่ในสถานที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล การจะนำส่งแพทย์เพื่อรับการรักษาอาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน จนอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่ถ้ามีต้นรางจืดปลูกอยู่แถวบ้าน เราก็สามารถใช้ใบรางจืดที่ไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไป หรือใช้รากที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป ในขนาดปริมาณเท่านิ้วชี้มาใช้เพื่อรักษาบรรเทาอาการของพิษเฉพาะหน้าไปก่อน ก่อนที่จะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยานั้นก็ได้แก่ ใบ ราก และเถาสด

฿ 450 ฿ 450
฿ 350 ฿ 350 -22%
สมาชิก ฿ 350 ฿ 350 -22%

ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายลักษณะกระวานเทศ (ผล)[1] ในต่างประเทศมีการใช้กระวานเทศผสมเป็นตัวบำรุงหัวใจ (ผล)[1] ช่วยกระจายโลหิต (ผล)[1] ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดหู (ผล)[1] ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ผล)[1] ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และในต่างประเทศมีการใช้ผลกระวานผสมกับขิง ผงกานพลู และเทียนตากบ (ผล)[1] ช่วยแก้อาการเกร็งของลำไส้ (ผล)[1] ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร (ผล)[1] ในประเทศอินเดียและจีน มีการใช้กระวานเป็นยารักษาอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[1] ช่วยแก้อาการผิดปกติของตับและคอ (ผล)[1] ช่วยลดอาการอักเสบ (ผล)[1]

฿ 2,350 ฿ 2,350
฿ 2,150 ฿ 2,150 -9%
สมาชิก ฿ 2,150 ฿ 2,150 -9%

ระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน โฟเลต แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี อยู่ในปริมาณพอสมควร            ที่สำคัญกระเจี๊ยบเขียวมีกลูตาไธโอน (glutathione) มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ ทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย และช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนิยมใช้สารนี้เพื่อให้ผิวขาวขึ้น เพราะกลูตาไธโอนสามารถกดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว           นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของพืชผักที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และเส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เพกทิน (pectin) และเมือก (mucilage) ซึ่งเกิดจากสารประกอบ acetyated acidic polysaccharide และกรดกาแล็กทูโลนิก (galactulonic caid)             สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่ จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปราณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง

฿ 850 ฿ 850
฿ 550 ฿ 550 -35%
สมาชิก ฿ 550 ฿ 550 -35%

ตำรายาไทย: มีการใช้กานพลูในหลายตำรับ ตัวอย่างเช่น ใน ”พิกัดตรีพิษจักร” คือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีรสซึมซาบไวดังกงจักร 3 อย่าง มี ผลผักชีล้อม ผลจันทน์เทศ และกานพลู สรรพคุณแก้ลม แก้พิษเลือด แก้ธาตุพิการ บำรุงโลหิต ”พิกัดตรีคันธวาต” คือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิ่นหอมแก้ลม 3 อย่าง มี ผลเร่วใหญ่ ผลจันทน์เทศ และกานพลู มีสรรพคุณ แก้ธาตุพิการ แก้ไข้อันเกิดแต่ดี แก้จุกเสียด

฿ 650 ฿ 650
฿ 550 ฿ 550 -15%
สมาชิก ฿ 550 ฿ 550 -15%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com