มะขามป้อม ผง 1กิโลกรัม

ถ้าพูดถึงผลไม้วิตามินซีสูง หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงส้ม แต่หารู้ไม่ว่าผลไม้อย่างมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเท่าตัว แถมในมะขามป้อมยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานอีกด้วย และยังไม่พอแค่นั้นค่ะ เพราะมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ อีกเพียบ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส เรียกได้ว่าทานมะขามป้อมอย่างเดียวก็ได้สารเกือบอาหารครบถ้วนเลย

หมวดหมู่ : 1กิโลกรัม

Share

รายละเอียดสินค้า

ที่มา: https://health.kapook.com/view178427.html

มะขามป้อม ประโยชน์เหลือเฟือ

1. อุดมไปด้วยสารอาหารและเป็นแหล่งของวิตามินซี

          เชื่อว่าถ้าพูดถึงผลไม้วิตามินซีสูง หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงส้ม แต่หารู้ไม่ว่าผลไม้อย่างมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเท่าตัว แถมในมะขามป้อมยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานอีกด้วย และยังไม่พอแค่นั้นค่ะ เพราะมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ อีกเพียบ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส เรียกได้ว่าทานมะขามป้อมอย่างเดียวก็ได้สารเกือบอาหารครบถ้วนเลย 

2. ดับกระหาย

          เพียงแค่ทานผลมะขามป้อมสด ๆ ก็ช่วยแก้และลดอาการกระหายน้ำได้ โดยไม่ต้องนำไปทำเป็นน้ำผลไม้เลยค่ะ เพราะเมื่อเรากัดมะขามป้อม น้ำมะขามป้อมที่ซึมออกมาจะช่วยแก้อาการคอแห้งได้ แล้วยิ่งถ้าได้ดื่มน้ำเปล่าตามหลังไปอีกสักหน่อย ก็จะยิ่งทำให้ความรู้สึกกระหายดีขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ  

3. แก้ไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ แก้หวัด 

          ถ้าพูดถึงประโยชน์ดี ๆ ของมะขามป้อม แทบทุกคนคงจะต้องบอกว่าช่วยแก้ไอ แก้หวัด ละลายเสมหะ รักษาอาการเจ็บคอแน่นอน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มแทนนิน แถมรสเปรี้ยวของมะขามป้อมยังช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดี จนโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังนำมะขามป้อมไปทำเป็นยาแก้ไอ แล้วลงทะเบียนเป็นยาแผนโบราณเลยด้วย โดยหากต้องการใช้มะขามป้อมแก้ไอ ก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำมะขามป้อม ไปคั้นหรือต้มแล้วนำมาดื่ม หรือจะนำมะขามป้อมไปอมกับเกลือเฉย ๆ ก็ได้ ซึ่งการอมมะขามป้อมนอกจากจะช่วยแก้ไอและละลายเสมหะแล้ว ยังทำให้เราชุ่มคอ และช่วยบำรุงเสียงให้ใส ป้องกันเสียงแห้งอีกด้วยนะ 

4. แก้ไข้

          สารแทนนินและวิตามินซีที่มีอยู่ในมะขามป้อม เป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย จึงช่วยแก้ไข้จากอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยนำผล เมล็ด หรือรากของมะขามป้อมมาคั้นดื่ม เพราะน้ำมะขามป้อมถือเป็นยาเย็นที่ช่วยลดและระบายความร้อนออกจากร่างกาย และเรายังสามารถนำใบสดของมะขามป้อมมาต้มน้ำอาบเพื่อให้ไข้ลดลงได้อีกด้วย
        
          นอกจากนี้ มะขามป้อมยังช่วยให้อาการไข้ทับระดูดีขึ้น โดยตำรับยาพื้นบ้านจะนำมะขามป้อมและลูกสมอไทยจำนวนเท่าอายุผู้ป่วยมาต้มกับใบมะกาแห้ง 1 กำมือ ใส่เกลือนิดหน่อย แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว ทุก ๆ 4-6 ชั่วโมงในวันแรกที่ดื่ม หลังจากนั้นดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ภายใน 3 วันยาต้มหม้อนี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดท้องจากไข้ทับระดูได้   

5. แก้ปวดฟัน

          รู้ไหมคะว่าการทานมะขามป้อมหรือนำปมก้านมะขามป้อมมาต้มกับน้ำ แล้วใช้อมหรือบ้วนปาก สามารถเบาเทาและป้องกันอาการปวดฟันได้ เนื่องจากในมะขามป้อมมีวิตามินซีสูงมากนั่นเอง
 
6. รักษาลักปิดลักเปิด 

          มีงานวิจัยพบว่า ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีจากมะขามป้อมได้ดีกว่าวิตามินซีเม็ดทั่วไป เนื่องจากในมะขามป้อมมีสารอื่น ๆ ที่ช่วยให้วิตามินเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคลักปิดลักเปิดที่มีอาการเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเป็นโรคที่ร่างกายขาดวิตามินซีจึงควรทานมะขามป้อมที่มีวิตามินซีสูงเข้าไปมาก ๆ เพราะสามารถช่วยให้หายจากโรคนี้ได้

7. บรรเทาอาการคันจากเชื้อรา น้ำกัดเท้า 

          เราสามารถนำรากของมะขามป้อมมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ และนำไปต้มประมาณ 15 นาที จากนั้นก็นำมาทาบริเวณที่เป็นเชื้อรา ก็จะช่วยบรรเทาอาการคันได้ ส่วนใครที่มีอาการคันจากน้ำกัดเท้า ให้นำเปลือกมะขามป้อมไปตำผสมกับน้ำเล็กน้อย แล้วนำมาทาบริเวณที่คันก็จะช่วยรักษาได้ หรือหากใครอยากจะฆ่าเชื้อโรคหรือป้องกันน้ำกัดเท้าไว้ก่อน จะนำเปลือกของต้นมะขามป้อมไปแช่น้ำ แล้วนำเท้าไปแช่ก็จะช่วยให้ผิวบริเวณเท้าหนาขึ้น เนื่องจากความฝาดของเปลือกมะขามป้อมจะช่วยตะกอนโปรตีน ทำให้ผิวหนังของเท้าและข้อเท้าหนาขึ้น ทนทานต่อการเกิดน้ำกัดเท้ามากยิ่งขึ้น
    
8. รักษาแผล แก้ฟกช้ำ 

          รู้ไหมคะว่าเราสามารถนำเปลือกลำต้นของมะขามป้อมมาบดเป็นผงแล้วโรยที่บริเวณบาดแผลเพื่อรักษาแผลและอาการฟกช้ำได้ด้วย ส่วนใครที่เป็นแผลแล้วหายช้า เป็นแผลแล้วมีน้ำเหลืองไหลเยอะ หรือป่วยเป็นโรคน้ำเหลืองเสีย เราขอแนะนำให้ทานมะขามป้อม 1 ลูก ทุกวันหลังอาหาร เพราะในมะขามป้อมมีวิตามินอยู่มาก โดยเฉพาะวิตามินซี จะสามารถแก้อาการน้ำเหลืองเสียได้ค่ะ 

9. รักษาหอบหืด

          นอกจากแก้ไข้หวัดแล้ว หากใครเป็นหอบหืดยังสามารถนำเมล็ดมะขามป้อมมาตำเป็นผง แล้วชงดื่มกับน้ำร้อน ก็ช่วยรักษาให้หายได้ด้วย

10. แก้อาการผื่นคัน

          ใครที่มีอาการผิวหนังอักเสบหรือเป็นผื่นคัน เราขอแนะนำให้นำใบมะขามป้อมมาต้มอาบ หรือนำเมล็ดมาเผาแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับน้ำมัน คนให้เข้ากันจนเหลวข้น แล้วนำมาทาแผล จะช่วยบรรเทาอาการคัน แก้พิษน้ำร้อนลวก และช่วยรักษาแผลได้

11. เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก 

          ยางของผลมะขามป้อมและวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น และแก้อาการท้องผูกได้ ฉะนั้นมะขามป้อมจึงถือเป็นผลไม้อย่างหนึ่งที่ช่วยแก้อาการท้องผูกได้ดี แถมยังมีคนนำไปสกัดเข้าเครื่องยา ทำเป็นยาระบายได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากเราทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้มีอาการท้องเสียแทนได้ ดังนั้นควรควบคุมปริมาณการทานในแต่ละวันด้วยนะคะ

12. แก้ท้องเสีย โรคบิด

          อาการท้องเสีย หรือถ่ายบิด สามารถใช้มะขามป้อมรักษาให้หายได้ง่าย ๆ ด้วยกัน 3 วิธี คือ นำรากมะขามป้อมไปต้มดื่ม หรือนำลูกมะขามป้อมสดไปต้มประมาณ 10-20 นาทีแล้วดื่ม หรือวิธีสุดท้าย นำใบไปตำให้ละเอียดแล้วนำมาชงดื่มครั้งละ 1 ช้อนชา ทุก 2-4 ชั่วโมง หรืออาจเติมน้ำผึ้งลงไปหน่อยเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น

13. บำรุงผิว

          วิตามินซีในมะขามป้อมยังสามารถบำรุงผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอย และทำให้หน้าขาวสดใสได้ โดยนำมะขามป้อมมาฝนแล้วนำน้ำที่ได้ไปทาบริเวณหน้าและผิวของเราได้เลย

14. บำรุงผม

          มีการนำมะขามป้อมมาสกัดทำเป็นยาสระผมทั้งที่ไทยและอินเดียเลยนะคะ เนื่องจากมะขามป้อมสามารถบำรุงรักษาเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรง นุ่มลื่น และยังช่วยทำให้ผมดกดำ ป้องกันผมหงอกได้ด้วย โดยการนำมะขามป้อมมาทอดกับน้ำมันมะพร้าวแล้วนำน้ำมันมาหมักผม หรือหากใครมีมะขามป้อมแห้ง ก็สามารถนำลูกมะขามป้อมแห้งไปแช่น้ำไว้หนึ่งคืน แล้วนำมาบำรุงผม โดยใช้ล้างแทนน้ำสุดท้ายได้ แถมเราสามารถนำเมล็ดมะขามป้อมมาบีบเอาน้ำมัน แล้วนำไปทาทั่วศีรษะก็ช่วยทำให้ผมดกดำขึ้นด้วย

15. บำรุงร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า

         เนื่องจากมะขามป้อมมีสารอาหารมากมาย ที่ช่วยบำรุงทั้งผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ ตับ ตับอ่อน ไต กระเพาะ ลำไส้ และผิวหนัง แถมยังช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย บำรุงกำลัง บำรุงเลือด ลดความดันเลือดสูง และปรับประจำเดือนให้มาปกติได้ จึงบอกได้เลยว่าการทานมะขามป้อมช่วยบำรุงร่างกายเราให้ดีขึ้นได้แทบทุกส่วนจริง ๆ ค่ะ 

16. ต้านมะเร็ง 

          มีการวิจัยพบว่าสารฝาดในมะขามป้อมอย่างกรดแกลลิคและสารแทนนินสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้ก่อตัวในร่างกายเราได้ แถมมะขามป้อมยังสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีมาก เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารแทนนินที่ประกอบไปด้วย emblicanin A, emblicanin B, punigluconin และ peduculagin

17. แปรรูปได้หลากหลาย 

          นอกจากจะกินเปล่า ๆ อร่อยแล้ว มะขามป้อมยังนำไปทำเป็นเครื่องดื่ม หรือแปรรูปเป็นของกินเล่นอร่อย ๆ อย่าง มะขามป้อมแช่อิ่ม และใช้เป็นยาสมุนไพร ยาแก้ไอ หรือยาสระผม แถมยังนำไปทำเป็นเครื่องสำอางและอาหารเสริมได้อีกด้วย

มะขามป้อม ข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนทาน

          ผู้ที่มีปัญหาเลือดจาง ผู้ที่แน่นท้องบ่อย ๆ และคนขี้หนาว ไม่ควรทานมะขามป้อมในปริมาณมาก ๆ เพราะมะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น หากกินเยอะอาจทำให้รู้สึกหนาวหรือมีอุณหภูมิในร่างกายลดลงได้ ดังนั้นผู้ที่มีอาการข้างต้นจึงควรระมัดระวังและควบคุมปริมาณการทานมะขามป้อมให้ดี หรือจะหันไปทานพวกผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนแต่วิตามินซีสูง อย่าง ลำไย แทนก็ได้ค่ะ


         
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
Thai Herbal 

สินค้าเกี่ยวข้อง

กล้วยน้ำว้า ถึงจะเป็นผลไม้ ที่ไม่น่าจะให้พลังงานได้เยอะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า กล้วยเป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้ง ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโครส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร และอุดมด้วย วิตามินบี 6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน แถมแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคความดันอีก ในบรรดากล้วยทั้งหมด กล้วยน้ำว้าให้แคลเวียมสูงสุด นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินบี 1 บี 2 ซี และไนอะซิน (บี 6) ในปริมาณที่เท่า ๆ กัน แต่ที่ทำให้กล้วยน้ำว้า มีคุณค่าสารอาหารที่พิเศษกว่ากล้วยชนิดอื่น นั่นก็คือ โปรตีนที่อยู่ในกล้วยน้ำว้า มีกรดอะมิโน อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก ถึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ถึงให้เรากินกล้วยบด เพราะอุดมด้วยสารอาหาร และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายเรานั่นเอง

฿ 350 ฿ 350
฿ 290 ฿ 290 -17%
สมาชิก ฿ 290 ฿ 290 -17%

กระชายเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกระชาย คือ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. วงศ์ขิง Zingiberaceae ชื่อท้องถิ่นมีมากมาย ได้แก่ กะแอน ละแอน (ภาคเหนือ) ขิงทราย (มหาสารคาม) ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ) จี๊ปู ซีฟู (ฉาน-แม่ฮ่องสอน) เป๊าะซอเร้าะ, เป๊าะสี่ (กะเหรี่ยง - แม่ฮ่องสอน)

฿ 420 ฿ 420
฿ 350 ฿ 350 -17%
สมาชิก ฿ 350 ฿ 350 -17%

กระชายดํา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kaempferia parviflora Wallich. ex Baker. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ K. rubromarginata (S.Q. Tong) R.J. Searle และ Stahlianthus rubromarginatus S.Q. Tongl.) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)[1]

฿ 850 ฿ 850
฿ 770 ฿ 770 -9%
สมาชิก ฿ 770 ฿ 770 -9%
Best Seller

ผงใบมะรุมเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีเยี่ยมและสามารถเป็นอาหารเสริมอย่างง่ายสำหรับคนแอฟริกา มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอีและ ธาตุอาหารสำคัญรวมทั้งซีลีเนียม และยังมีค่า RDA ของสารอาหารที่เกือบจะครบถ้วน (RDA ก็คือ ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน. ย่อมาจาก Recommended Dietary Allowance)

฿ 420 ฿ 420
฿ 350 ฿ 350 -17%
สมาชิก ฿ 350 ฿ 350 -17%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com