กระชายดำ ผง 100กรัม

กระชายดํา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kaempferia parviflora Wallich. ex Baker. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ K. rubromarginata (S.Q. Tong) R.J. Searle และ Stahlianthus rubromarginatus S.Q. Tongl.) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)[1]

Share

หมวดหมู่ : 100กรัม

Share

รายละเอียดสินค้า

ที่มา https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B3/

 

สรรพคุณของกระชายดำ


จากการค้นคว้าเอกสารงานวิจัยพบว่า สมุนไพรไทยกระชายดำนั้นมีสรรพคุณมากมาย และสามารถช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้เกือบ 100 ชนิด ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ มีคุณค่าทางคงกระพันชาตรี ด้วยการใช้เหง้านำมาหั่นเป็นแว่น แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง นำมาบดให้เป็นผงละเอียดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน ใช้กินเช้าเย็น[1],[3],[6]

  • ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ด้วยการใช้เหง้าผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นเป็นยาดองเหล้า (เหง้า)[1],[2],[7],[8]
    * ว่านกระชายดำช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (เหง้า)[3],[7],[8]
    * ช่วยบำรุงผิวพรรณของสตรีให้สวยสดใส ดูผุดผ่อง (เหง้า)[7]
    * ช่วยบำรุงฮอร์โมนเพศชาย[6] หากสุภาพสตรีรับประทานแล้วจะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนทางเพศ (เหง้า)[9]
    * ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงสมรรถภาพทางเพศชาย แก้กามตายด้าน ด้วยการใช้เหง้าสดนำมาดองกับเหล้าขาวและน้ำผึ้งแท้ (ในอัตราส่วน 1 กิโลกรัม : เหล้าขาว 3 ขวด : น้ำผึ้ง 1 ขวด) ดองทิ้งไว้ประมาณ 9-15 วัน แล้วนำมาใช้ดื่มวันละ 1-2 เป๊ก (เหง้า)[1],[3],[7],[9] (กระชายดําไม่ได้เป็นยาปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่ช่วยทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ง่ายและบ่อยขึ้น มีระยะเวลาในการแข็งตัวที่นานขึ้น และสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าวก็สามารถรับประทานเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงได้)[7]
    * ช่วยกระตุ้นระบบประสาท บำรุงประสาท ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย (เหง้า)[6],[7],[9]
    * ช่วยในการนอนหลับ แก้อาการนอนไม่ค่อยหลับในตอนกลางคืน ช่วยทำให้นอนหลับดีขึ้น (เหง้า)[7]
    * ช่วยบำรุงหัวใจ[3],[8] ช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจ แก้โรคหัวใจ (เหง้า)[7],[9]
    * ช่วยบำรุงโลหิตของสตรี (เหง้า)[6]
    * ช่วยในระบบหมุนเวียนโลหิตของร่างกาย ทำให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น (เหง้า)[6]
    * ช่วยทำให้เจริญอาหาร (เหง้า)[3],[7],[8]
    * ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต รักษาสมดุลของความดันโลหิต (เหง้า)[7],[9]
    * ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (เหง้า)[7],[9]
    * ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ (เหง้า)[6]
    * ช่วยแก้หอบหืด (เหง้า)[7]
    * ช่วยแก้อาการใจสั่นหวิว แก้ลมวิงเวียน (เหง้า)[3],[7],[8]
    * เหง้าใช้ต้มดื่มแก้โรคตา ช่วยรักษาสายตา (เหง้า)[1],[7]
    * ช่วยรักษาแผลในช่องปาก ปากเป็นแผล ปากเปื่อย ปากแห้ง (เหง้า)[3],[6],[7],[8]
    * ช่วยแก้โรคตานซางในเด็ก แก้ซางตานขโมยในเด็ก (เหง้า)[1],[3],[7]
    * ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก (เหง้า)[3],[7],[8]
    * ช่วยรักษาโรคในช่องท้อง มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ (เหง้า)[7]
    * ช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียด (เหง้า)[1],[6],[7],[9]
    * ช่วยแก้อาการปวดท้อง ปวดมวนในท้อง อาการท้องเดิน (เหง้า)[1],[3],[6],[7] หากมีอาการท้องเดินให้ใช้เหง้านำมาปิ้งไฟให้สุกแล้วนำมาตำให้ละเอียด ใช้ผสมกับน้ำปูนใสแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มครั้งละ 3-5 ช้อนแกงหลังจากการถ่ายเนื่องจากมีอาการท้องเดิน (เหง้า)[7]
    * ช่วยรักษาโรคท้องร่วง (เหง้า)[7]
    * ช่วยในการย่อยอาหาร รักษาระบบการย่อยอาหารให้เกิดความสมดุล (เหง้า)[6],[9]
    * กระชายดำแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ (เหง้า)[6]
    * ช่วยรักษาโรคบิด แก้อาการบิดเป็นมูกเลือด (เหง้า)[3],[6],[7],[9]
  • * สรรพคุณกระชายดำ ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอันเนื่องมาจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา (เหง้า)[6],[7],[9]
    * ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา แก้ปัสสาวะพิการ (เหง้า)[3],[6],[7]
    * ช่วยแก้อาการตกขาวของสตรี (เหง้า)[6],[9]
    * ช่วยขับประจำเดือน แก้อาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติของสตรี (เหง้า)[6],[7],[9]
    * เหง้าใช้โขลกผสมกับเหล้าขาวคั้นเป็นน้ำดื่ม ช่วยแก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อนได้ (เหง้า)[1],[2]
    * ช่วยแก้ฝีอักเสบ (เหง้า)[3],[7]
    * ช่วยรักษากลากเกลื้อน (เหง้า)[3],[7]
    * ช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ และมีอาการเหนื่อยล้า (เหง้า)[1],[6],[7],[9]
    * ช่วยรักษาโรคปวดข้อ (เหง้า)[6]
    * ช่วยรักษาโรคเกาต์ (เหง้า)[7],[9]
    * ช่วยแก้อาการเหน็บชา (เหง้า)[7]
    * กระชายดำช่วยขับพิษต่าง ๆ ในร่างกาย (เหง้า)[6]
    * ช่วยรักษาอาการมือเท้าเย็น (เหง้า)[7]
    * กระชายดำมีฤทธิ์ในการช่วยรักษาเชื้อราที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคผิวหนัง (เหง้า)[7]
    * เหง้าใช้ต้มกับน้ำให้สตรีหลังคลอดบุตรดื่ม จะช่วยขับน้ำนม รักษาอาการตกเลือด และช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น (เหง้า)[7]
     
    ประโยชน์ของกระชายดำ
    ประโยชน์กระชายดำ ในปัจจุบันนอกจากเราจะใช้กระชายดำเพื่อเป็นยาสมุนไพรทั้งแบบหัวสดและแบบแห้ง ยังมีการนำไปบดเป็นผงบรรจุซองไว้ชงกับน้ำร้อนเพื่อใช้เป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ "น้ำกระชายดำ" และยังนำมาทำเป็น "ลูกอมกระชายดำ" แต่ที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันก็คือการนำมาทำเป็น "ไวน์กระชายดำ" หรือนำไปผลิตเป็นยาสมุนไพร "กระชายดําแคปซูล" (แคปซูลกระชายดํา), "กระชายดําผง", "ยาน้ำกระชายดำ" หรือแปรรูปเป็น "กาแฟกระชายดํา"[5]

    ข้อควรระวังในการใช้กระชายดำ
    ห้ามใช้กระชายดำในเด็กและในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ[1]
    ผลข้างเคียงของกระชายดำ การรับประทานในขนาดสูงอาจทำให้เกิดอาการใจสั่นได้[1]
    การรับประทานเหง้ากระชายดำติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เหงือกร่น[1]
    กระชายดำสามารถรับประทานได้ทั้งหญิงและชายโดยไม่เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ยิ่งสำหรับผู้สูงอายุก็พบว่านิยมใช้กันมานานมากแล้ว[7]
    แม้จะมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่ระบุว่ากระชายดำไม่พบว่ามีความเป็นพิษ แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินประสิทธิผลของการใช้กระชายดำในคน จึงควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อความปลอดภัย[6]


    เอกสารอ้างอิง
    ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  "กระชายดํา".  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaicrudedrug.com.  [19 พ.ย. 2013].
    ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.  "กระชายดำ".  อ้างอิงใน: หนังสือพืชสมุนไพรเล่ม 2.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org.  [19 พ.ย. 2013].
    ว่านและสมุนไพรไทย คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร.  "กระชายดํา".  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: natres.skc.rmuti.ac.th.  [19 พ.ย. 2013].
    สถาบันการแพทย์แผนไทย.  "กระชายดำ".  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: ittm-old.dtam.moph.go.th.  [19 พ.ย. 2013].
    กรมวิชาการเกษตร ระบบข้อมูลทางวิชาการ.  "กระชายดํา".  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: it.doa.go.th.  [19 พ.ย. 2013].
    ห้องสมุดดิจิทัลเกษตรไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  "กระชายดำ".  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: anchan.lib.ku.ac.th/aglib/bitstream.  [19 พ.ย. 2013].
    รายการสาระความรู้ทางการเกษตร ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่.  บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร ประจำวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2547.  "ตอน กระชายดำ".  อ้างอิงใน: เทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับวันที่ 15 เมษายน 2543.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: natres.psu.ac.th.  [19 พ.ย. 2013].
    สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.tistr.or.th.  [19 พ.ย. 2013].
    ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).  "กระชายดํา".  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [19 พ.ย. 2013].
    ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Krashy, Ahmad Fuad Morad), เว็บไซต์ thaicrudedrug.com (by Sudarat Homhual)

    เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

 

สินค้าเกี่ยวข้อง

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mucuna pruriens (L.) DC. ตามสรรพคุณพื้นบ้านนั้น เมล็ดของหมามุ่ยถูกนำมาใช้ในตำรับยาไทยมาช้านานในการรักษาโรคบุรุษ

฿ 130 ฿ 130
฿ 109 ฿ 109 -16%
สมาชิก ฿ 109 ฿ 109 -16%
Best Seller

ผงใบมะรุมเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีเยี่ยมและสามารถเป็นอาหารเสริมอย่างง่ายสำหรับคนแอฟริกา มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอีและ ธาตุอาหารสำคัญรวมทั้งซีลีเนียม และยังมีค่า RDA ของสารอาหารที่เกือบจะครบถ้วน (RDA ก็คือ ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน. ย่อมาจาก Recommended Dietary Allowance)

฿ 60 ฿ 60
฿ 55 ฿ 55 -8%
สมาชิก ฿ 55 ฿ 55 -8%

สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่ จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปราณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำของกระเจี๊ยบเขียว มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและขับถ่ายออกทางอุจจาระ จึงไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ และสำหรับผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานและคอเลสเตอรอลสูง เส้นใยที่ละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียวจะช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลและน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่จับอยู่กับน้ำดีได้

฿ 90 ฿ 90
฿ 75 ฿ 75 -17%
สมาชิก ฿ 75 ฿ 75 -17%

รางจืด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia) เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถาในวงศ์เหงือกปลาหมอ มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ รางจืดได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งการถอนพิษ"[1][2][3] มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ หรือใช้เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ รวมถึงใช้เป็นยารับประทานเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ

฿ 65 ฿ 65
฿ 55 ฿ 55 -15%
สมาชิก ฿ 55 ฿ 55 -15%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com