133
แหล่งวิตามินเอที่สำคัญที่เราสามารถหาได้จากอาหารก็ต้องยกให้ตำลึงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอเลยล่ะค่ะ และนอกจากวิตามินเอแล้ว เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอได้อีก ดังนั้นตำลึงจึงจัดเป็นอาหารบำรุงสายตาตัวจี๊ดที่หากินได้ง่าย ๆ แถมยังอร่อยด้วย
ขายแล้ว 96 ชิ้น
111
เจียวกู่หลาน หรือ สมุนไพรปัญจขันธ์ชาเจียวกู่หลาน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ การรับประทานเจียวกู่หลานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 60 วัน จากคนที่เข้ารับการรักษาจำนวน 1-6 คน พบว่า คนที่เข้ารับการรักษาร่างกายทุกคนแข็งแรงดีขึ้น ความจำฟื้นคืนปกติ อาการนอนไม่หลับและอาการปวดหลังปวดเอวหายไป
ขายแล้ว 86 ชิ้น
095
รางจืด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia) เป็นชื่อของพืชสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยหรือไม้เถาในวงศ์เหงือกปลาหมอ มีลักษณะเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมมีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ดอกจะเป็นสีม่วงอ่อนๆหรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ รางจืดได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งการถอนพิษ"[1][2][3] มีสรรพคุณทางยาในด้านการถอนพิษต่างๆ หรือใช้เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ รวมถึงใช้เป็นยารับประทานเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ
ขายแล้ว 10 ชิ้น
064
ถ้าพูดถึงผลไม้วิตามินซีสูง หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงส้ม แต่หารู้ไม่ว่าผลไม้อย่างมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเท่าตัว แถมในมะขามป้อมยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นานอีกด้วย และยังไม่พอแค่นั้นค่ะ เพราะมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ อีกเพียบ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 3 ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส เรียกได้ว่าทานมะขามป้อมอย่างเดียวก็ได้สารเกือบอาหารครบถ้วนเลย
ขายแล้ว 92 ชิ้น
042
ใบย่านาง ๑๐๐ กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย ๙๕ กิโลแคลอรีประกอบด้วยน้ำ ๖๗.๖ กรัมคาร์โบไฮเดรต ๑๖.๑ กรัม โปรตีน ๕.๖ กรัม ไขมัน ๐.๙ กรัมแคลเซียม ๑๕๕ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๑ มิลลิกรัมกาก ๗.๙ กรัม เหล็ก ๗.๐ กรัมวิตามินเอ ๓๐,๖๒๕ IUวิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๓วิตามินบีสอง ๐.๓๖ มิลลิกรัมไนอาซีน ๑.๔ มิลลิกรัมและวิตามินซี ๑๔๑ มิลลิกรัม
ขายแล้ว 15 ชิ้น
104
รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย คนเดินป่านิยมกันนัก เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน ช่วยคลายอาการปวดเมื่อย ป้องกันและรักษาไข้ป่าในระหว่างการเดินทาง (ราก)[1],[7] ส่วนทางภาคใต้จะใช้ทั้งแก่นและรากนำมาต้มกับน้ำกินวันละ 3-4 ครั้ง และช่วงก่อนนอนเป็นยาโด๊ปชั้นยอดที่ช่วยบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เลือดไหลเวียนดี (แก่นและราก)[7]
ขายแล้ว 145 ชิ้น
146
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นำมาประกอบอาหารและแต่งกลิ่นของรสชาติ
ขายแล้ว 13 ชิ้น
152
น้ำมันผิวมะกรูดบีบเย็น ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystrix DC.
ขายแล้ว 1 ชิ้น
067
อัตราส่วนใบ:ผล 1:1 ผลมะระขี้นกรักษาเบาหวาน โรคตับ บรรเทาอาการโรคเก๊าต์และข้ออักเสบ ตำรายาไทยใช้ใบมะระในตำรับยาเขียวลดไข้ รากในตำรับยาแก้โลหิตเป็นพิษ และโรคตับ
ขายแล้ว 52 ชิ้น
054
สินค้าไทย ใช้มะพร้าวไทย ด้วยวิธีสกัดเย็นจากกลุ่มแม่บ้านผู้ผลิตน้ำมันมะพร้าว ไม่แต่งสีกลิ่นรส
ขายแล้ว 150 ชิ้น
070
สินค้าผลิตตามสั่ง ผลิตจากกวาวเครือขาวผง100% ดูแลการผลิตโดยเภสัชกรแผนไทย
ขายแล้ว 48 ชิ้น
029
สรรพคุณ : ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค หรือทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นรักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ และมีกลิ่นฉุนสามารถไล่แมลงได้ หัว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงไฟธาตุ แก้อาการขัดเบา ถ้าใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะเป็นยาแก้อาเจียน แก้ทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แก้ลมอัมพาต แก้กษัยเส้น และแก้ลมใบ ใบสด ๆ จะช่วยลดความดันโลหิตสูง แก้ไข้ ราก ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้ผมแตก แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว เป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ แต่ถ้าเอาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะแก้โรคหนองใน และนอกจากนี้ยังใช้ดับกลิ่นคาวได้ด้วย
ขายแล้ว 51 ชิ้น
107
ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก, ใบ, ผล) ช่วยบำรุงธาตุไฟ ขับน้ำย่อยอาหารทำให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น (ใบ, แก่น) ช่วยบำรุงโลหิต (ใบ, แก่น) น้ำตาลที่ได้จากการหมักน้ำจากลำต้นมีแร่ธาตุ ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย (ลำต้น) ช่วยบำรุงและรักษาสายตา โดยพบว่าผู้ที่รับประทานยอดสะเดาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุ 90 กว่า สายตายังดีมาก (ยอดอ่อน) ใช้เป็นยาขมเจริญอาหาร ด้วยการใช้ช่อดอกนำมาลวกน้ำร้อน จิ้มน้ำปลาหวานหรือน้ำพริก หรือจะใช้เปลือกสดประมาณ 1 ฝ่ามือนำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ใช้รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว (ผลอ่อน, ลำต้น, เปลือกต้น, เปลือกราก, ราก, ใบอ่อน, ดอก) หรือโรคซูบผอม ผอมแห้งแรงน้อย (เปลือกต้น) ช่วยรักษาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเอดส์ เนื่องจากการรับประทานใบสะเดาเป็นอาหารจะช่วยทำให้เจริญอาหาร ลดอาการเบื่ออาหารหรือกินอาหารได้น้อยแล้วทำให้ซูบผอมจนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน (ใบ)
ขายแล้ว 112 ชิ้น
135
ตำรายาไทยใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดพิการ แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด บำรุงธาตุ กระจายโลหิต ขับปัสสาวะ แก้บวมพุพอง ขับพยาธิ แก้ตาปลา แก้ตาแดง น้ำตาไหล ตาฟาง รักษาโรคลักปิดลักเปิด รักษามะเร็งคุด รักษาริดสีดวง แก้ไอ คุมกำเนิด แก้สะอึก บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก รักษาฟันเป็นรำมะนาด แก้หูอื้อ แก้อัมพาต ลมเข้าข้อ แก้อาการชักกระตุกของเด็ก พอกหัวเหน่าแก้ขัดเบา รักษาวัณโรค แก้โรคประสาท แก้หืด แก้ปวดมวนในท้อง บำรุงสุขภาพทางกามคุณ ขับโลหิตระดู บำรุงเส้นประสาท แก้ไข้ แก้ฟกช้ำ แก้ปวดกระบอกตา แก้โรคในปาก แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้เพื่อเสมหะ ทำให้ผมเงางาม บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้ภายนอก รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง ทาภายนอกบรรเทาอาการปวดบวมตามข้อเพราะเป็นยาพอกให้ร้อน ใช้พอกตรงที่ถูกแมลง ตะขาบ แมงป่องต่อยเป็นส่วนประกอบในตำรับยาเหลืองปิดสมุทร (แก้ท้องเสีย), ยาประสะไพล (ขับน้ำคาวปลา ในสตรีหลังคลอด), ยาธาตุบรรจบ (แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน ใช้เป็นน้ำกระสายยา สำหรับยาผง)
ขายแล้ว 81 ชิ้น
124
ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายลักษณะกระวานเทศ (ผล)[1] ในต่างประเทศมีการใช้กระวานเทศผสมเป็นตัวบำรุงหัวใจ (ผล)[1] ช่วยกระจายโลหิต (ผล)[1] ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดหู (ผล)[1] ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ผล)[1] ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และในต่างประเทศมีการใช้ผลกระวานผสมกับขิง ผงกานพลู และเทียนตากบ (ผล)[1] ช่วยแก้อาการเกร็งของลำไส้ (ผล)[1] ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร (ผล)[1] ในประเทศอินเดียและจีน มีการใช้กระวานเป็นยารักษาอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[1] ช่วยแก้อาการผิดปกติของตับและคอ (ผล)[1] ช่วยลดอาการอักเสบ (ผล)[1]
ขายแล้ว 3 ชิ้น
085
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mucuna pruriens (L.) DC. ตามสรรพคุณพื้นบ้านนั้น เมล็ดของหมามุ่ยถูกนำมาใช้ในตำรับยาไทยมาช้านานในการรักษาโรคบุรุษ
ขายแล้ว 33 ชิ้น