น้ำมันงาดำบริสุทธิ์ 100ซีซี

ใช้น้ำมันงาประกอบอาหารรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน และอาการท้องผูก น้ำมันงา ใช้ลดการหมักหมมในช่องท้อง โดยทานน้ำมันงาดิบ ๆ 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ ขณะท้องว่าง เพื่อให้ลำไส้ขับสิ่งที่หมักหมมอยู่ออกไป น้ำมันงา ใช้ทาผมจะทำให้ผมดำเป็นมันวาว ไม่แห้งแตกปลาย และใช้ทาผิว เพื่อให้ความชุ่มชื้น ลดรอยหยาบกร้าน ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง น้ำมันงาใส่ขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยใช้ขิงสดขูดละเอียดผสมกับน้ำมันงาในปริมาณเท่ากัน จุ่มผ้าฝ้ายลงในส่วนผสมนี้ นำมาถูนวดบริเวณที่ปวดเมื่อย ใช้กระเทียมสับผสมน้ำมันงา รักษาโรคผิวหนังอย่างกลาก เกลื้อน เรื้อนกวาง ทาบริเวณที่มีอาการ

หมวดหมู่ : 100ซีซี

รายละเอียดสินค้า


งา...ธัญพืชแห่งวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ
นันทนา พิภพลาภอนันต์ / เรียบเรียง
ผู้คนในสังคมไทยรู้จัก "งา" ธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างคล้ายหยดน้ำกันเป็นอย่างดี ทั้งในวัฒนธรรมการกินการอยู่ ความเชื่อ พิธีกรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย

"งา" มักถูกใช้เป็นส่วนปรุงแต่งอาหารและขนมหลายชนิด เช่น ถั่วกระจก ถั่วแปบ กระยาสารท หรือแม้แต่ในน้ำจิ้มสุกี้เลิศรส เนื่องจากเมื่อนำมาคั่วแล้วงาจะมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน

ตามความเชื่อแล้ว "งา" ยังถูกจัดเป็นอาหารชั้นสูงและศักดิ์สิทธิ์ คนโบราณใช้เป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมเพื่อความเป็นศิริมงคล

"งา" ผูกพันในระดับวิถีชีวิตชุมชนของชาวไทยใหญ่ (ชาวไต) จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งในแง่วัฒนธรรมการกินและการรักษาโรค งาเป็นส่วนประกอบของอาหารพื้นเมืองของชาวไทยใหญ่ ซึ่งเป็นอาหารที่ค่อนข้างมันและให้พลังงานสูง แต่ชาวไทยใหญ่ในอดีตไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เพราะใช้น้ำมันงาในการปรุง ทั้งนี้เกิดจากคุณค่าของงาที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพ

"งา" เมล็ดหนึ่ง ๆ จะมีสารอาหารสำคัญมากมาย ไขมันในงามีอยู่มากประมาณ 45 - 57 % เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวและไม่เกิดการเหม็นหืนง่าย โปรตีนมีไม่น้อยกว่า 20 % มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่ครบทุกชนิด มีวิตามินบีทุกชนิด (ยกเว้นวิตามินบี 12) มีวิตามินอีสูง ซึ่งมีสรรพคุณทำให้มีความเป็นหนุ่มสาว งายังมีสารเซซามิโอ (sesameo) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังพบเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ มากถึง 4.1 - 6.5 % ได้แก่ ธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี แคลเซียมและฟอสฟอรัส

"งา" ในตำราแพทย์จีนโบราณจัดเป็นยารสหวาน ฤทธิ์ปานกลาง บำรุงกำลัง ช่วยในการระบาย แก้ท้องผูก รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยถอนพิษ ขับพยาธิตัวกลม หมอพื้นบ้านในชุมชนไทยใหญ่ และชุมชนพม่าจะใช้น้ำมันงาทารักษาโรคปวดข้อ เคล็ดขัดยอก ข้อบวมและข้อเท้าแพลง

"งา" ผ่านการคิดค้นวิธีแปรรูปโดยภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวไทยใหญ่ที่เรียกว่า "อีดงา" หรือการบีบหรือสกัดน้ำมันออกมาจากเมล็ดงามาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ และปัจจุบันยังสืบต่อมาในรูปของ "น้ำมันงา" ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้สารพัด

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมบริโภค "งา" จากอาหารหลากหลายรูปแบบ เช่น บัวลอยน้ำขิง งาน้ำขิง ซุปงาดำ ครีมงาดำ ขนมปังโฮลวีทผสมงา คุกกี้งา ฯลฯ จึงดูเหมือนว่า "งา" กำลังก้าวไปสู่เมล็ดธัญพืชแห่งวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพของสังคมไทยอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้

เคล็ด(ไม่)ลับกับน้ำมันงา

ใช้น้ำมันงาประกอบอาหารรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน และอาการท้องผูก

น้ำมันงา ใช้ลดการหมักหมมในช่องท้อง โดยทานน้ำมันงาดิบ ๆ 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ ขณะท้องว่าง เพื่อให้ลำไส้ขับสิ่งที่หมักหมมอยู่ออกไป

น้ำมันงา ใช้ทาผมจะทำให้ผมดำเป็นมันวาว ไม่แห้งแตกปลาย และใช้ทาผิว เพื่อให้ความชุ่มชื้น ลดรอยหยาบกร้าน ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง

น้ำมันงาใส่ขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยใช้ขิงสดขูดละเอียดผสมกับน้ำมันงาในปริมาณเท่ากัน จุ่มผ้าฝ้ายลงในส่วนผสมนี้ นำมาถูนวดบริเวณที่ปวดเมื่อย

ใช้กระเทียมสับผสมน้ำมันงา รักษาโรคผิวหนังอย่างกลาก เกลื้อน เรื้อนกวาง ทาบริเวณที่มีอาการ

น้ำมันงาผสมน้ำปูนใส ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากน้ำร้อนลวกได้เป็นอย่างดี ใช้น้ำมันงา 1 ส่วน น้ำปูนใส 1 ส่วน ตีให้เข้ากันจนเป็นครีมขาว เอาผ้าขาวบางที่สะอาดจุ่มแล้วแปะไว้บริเวณที่เป็นแผล

แก้ปัญหาผมร่วง ใช้น้ำมันงาเคี่ยว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาทาบริเวณที่ผมร่วง วันละหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งผมเริ่มขึ้น

น้ำมันงา ใช้นวดบรรเทาอาการช้ำบวม ให้ทาน้ำมันงาแล้วนวดเบา ๆ รอบ ๆ บริเวณ จะทำให้ตรงที่ช้ำบวมหายเร็วขึ้น

เป็นหวัด แพ้อากาศ ให้รับประทานงาเป็นประจำ (ทานช่วงเช้า ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) จะทำให้หายใจโล่ง อาการดีขึ้น

ฤทธิ์ระบายท้องของงา ช่วยลดอาการอักเสบของหัวริดสีดวง ช่วยห้ามเลือดจากหัวริดสีดวง และน้ำมันงายังใช้ทาหัวริดสีดวง แก้ริดสีดวงอักเสบได้ด้วย

แหล่งข้อมูล : เฉลียว ปิยะชน. อายุรเวช วิถีสู่สุขภาพตามธรรมชาติ. กรุงเทพฯ : บริษัทพิมพ์ดี จำกัด, 2539.พัชรี กวนใจ. "น้ำมันงา ภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวไต" ใน หมู่บ้านไท. ปีที่ 1 ฉบับที่ 6 เดือนสิงหาคม 2543. (หน้า 20-22) หยาดฝน.

Oil Pulling - จากรายการ Healthy Guide โดย หมอแดงจากดิ อโรคยา




สินค้าเกี่ยวข้อง

งาม้อน ที่ว่านี้ เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ได้เป็นทั้งอาหารและยาในประเทศแถบเอเชียมานานแล้ว ที่สำคัญ ล่าสุดศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน จ.น่าน มีการวิจัยมล็ดงาม้วน พบว่ามีสาร "โอเมก้า 3" ในงาม้อน ซึ่งสารที่ว่านี้สำคัญมากครับ คือจะช่วยบำรุงสมอง ชะลอความแก่ แก้เคล็ดขัดยอก ลดริ้วรอยบนใบหน้า บำรุงผิว

฿ 150 ฿ 150
฿ 135 ฿ 135 -10%
สมาชิก ฿ 135 ฿ 135 -10%

ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ด้วยสรรพคุณของกรดไขมันโอเมก้า 3 สารไฟโตสเตอรอล และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วดาวอินคา ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลไม่ดีเข้าสู่เส้นเลือด ทั้งยังป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน จึงทำให้ถั่วดาวอินคามีสรรพคุณช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ซึ่งมีงานวิจัยออกมารองรับแล้วว่าผู้ที่ทานน้ำมันสะกัดจากถั่วดาวอินคาและเมล็ดทานตะวัน มีอัตราการลดลงของคอเรสเตอรอลพอๆกัน แต่กลุ่มที่ทานน้ำมันสกัดถั่วดาวอินคามีคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือดเพิ่มขึ้น

฿ 150 ฿ 150
฿ 135 ฿ 135 -10%
สมาชิก ฿ 135 ฿ 135 -10%

แม้ว่าชาวไทยจะคุ้นชินกับการบริโภคน้ำมันพืช น้ำมันหมูมากกว่า ด้วยราคาที่ย่อมเยา และยังปรุงอาหารได้หลากหลายตามตำรับตำราอาหารไทย แต่หากคุณคือหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น คงจะรู้จัก และเริ่มรับประทานน้ำมันมะกอกกันมาได้สักพักแล้ว เพราะน้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อร่างกาย หากทานในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

฿ 80 ฿ 80
฿ 65 ฿ 65 -19%
สมาชิก ฿ 65 ฿ 65 -19%

น้ำมันรำข้าวมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid: MUFA) สูงกว่า 40% ของปริมาณกรดไขมันทั้งหมด ซึ่ง MUFA นี้เป็นตัวช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และยังสามารถเพิ่มหรือคงระดับคอเลสเตอรอลที่ดี น้ำมันรำข้าวมีสัดส่วนกรดไขมันในปริมาณที่สมดุล เหมาะสมต่อผู้บริโภคที่สุดตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Heart Association: AHA) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ซึ่งสัดส่วนกรดไขมันที่เหมาะสมนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง

฿ 95 ฿ 95
฿ 85 ฿ 85 -11%
สมาชิก ฿ 85 ฿ 85 -11%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com