ข่าผง 100กรัม

ข่า เป็นพืชในตระกูลเดียวกับขิง มีลำต้นหรือที่เรียกว่าเหง้าอยู่ใต้ดินเป็นแนวนอน ซึ่งส่วนนี้เองที่นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมน่ารับประทาน นอกจากนี้ ข่ายังเป็นสมุนไพรทางเลือกที่นิยมใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะใช้ทารักษากลากเกลื้อน ช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการปวด และยังมีความเชื่อที่ว่าการรับประทานข่าอาจช่วยต้านมะเร็งได้

หมวดหมู่ : 100กรัม

รายละเอียดสินค้า

ที่มา https://www.pobpad.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9

การใช้ข่าเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ นั้นจะให้ผลดีและปลอดภัยจริงหรือไม่ ปัจจุบันมีตัวอย่างงานวิจัยกล่าวถึงสรรพคุณทางยาของข่าตามที่เชื่อกัน ดังนี้

รักษากลากเกลื้อน มีการแนะนำให้ใช้ข่าปอกเปลือกฝานเป็นแว่นหรือทุบพอแตก นำไปแช่เหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์ทิ้งไว้สัก 1 คืน แล้วใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากหรือเกลื้อนแรง ๆ ทำซ้ำ 4-5 วัน จะช่วยให้โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อราอย่างกลากหรือเกลื้อนดีขึ้นได้ ซึ่งคุณสมบัติในด้านการฆ่าเชื้อราของข่านั้นมีงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากเหง้าข่าแห้งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อรา Trichophyton Mentagrophytes ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกลาก โดยพบว่าในสารสกัดจากข่ามีสารออกฤทธิ์บางชนิดที่ช่วยต้านเชื้อรา และในข่าแห้ง 1 แผ่นบาง ๆ จะมีสารนี้ 1.5 เปอร์เซ็นต์

งานวิจัยดังกล่าวยังบอกอีกว่าอาจไม่ใช่ข่าทุกชนิดที่มีคุณสมบัตินี้ เพราะจากการทดสอบในข่าตาแดงหรือขิงนั้นไม่พบสารต้านเชื้อราดังกล่าว สอดคล้องกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ชี้ว่าข่าตาแดงมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียบางชนิดในระดับปานกลาง แต่เมื่อทดลองกับเชื้อราบางสกุลปรากฏว่าไม่สามารถต้านเชื้อราเหล่านั้นได้

อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้างต้นเป็นการทดลองที่ทำในห้องปฏิบัติการและปัจจุบันยังไม่มีการนำข่ามาทดสอบกับผู้ป่วยโรคกลาก โรคเกลื้อน หรือโรคผิวหนังติดเชื้อราชนิดใด ๆ โดยตรง จึงไม่อาจยืนยันว่าจะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากน้อยเพียงใดในการรักษาจริง ข่าจะช่วยฆ่าเชื้อราได้ทุกชนิดหรือไม่ อย่างไร คงต้องรอดูผลการพิสูจน์ที่อาจมีขึ้นในอนาคต ระหว่างนี้ผู้ที่ต้องการใช้ข่ารักษาตามวิธีดังกล่าวจึงควรใช้อย่างระมัดระวัง และควรได้รับการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบันหากอาการยังไม่ดีขึ้น

ขับลม บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย เชื่อกันว่าข่ามีฤทธิ์ช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บ้างกล่าวว่าให้นำเหง้าข่าสด 5 กรัม หรือเหง้าแห้ง 2 กรัม ต้มน้ำจนเดือดแล้วดื่ม บ้างก็แนะนำให้ใช้หัวข่าตำละเอียด นำมาผสมน้ำปูนใส 2 แก้วดื่มรักษาอาการแน่นจุกเสียดจากอาหารไม่ย่อย แต่ด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงคุณสมบัติด้านการขับลมของข่า หากอยากลองใช้ข่าเพื่อขับลมหรือบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยจึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมของการใช้ เช่น ใช้ที่ปริมาณแต่พอดีและไม่ใช้ต่อเนื่องยาวนานเกินไป      

บรรเทาอาการปวด ภายในเหง้าข่าอาจมีสารบางชนิดที่ช่วยลดการอักเสบ ข้อมูลสนับสนุนสรรพคุณนี้ของข่ามีการรวบรวมการศึกษาที่พิสูจน์ประสิทธิภาพด้านการลดความเจ็บปวดของพืชในวงศ์ขิง ได้แก่ ขมิ้นชัน ขิง และข่า โดยพบว่าสารสกัดจากพืชเหล่านี้ต่างมีประสิทธิภาพช่วยลดอาการเจ็บปวดเรื้อรังของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ งานวิจัยต่าง ๆ ยังพบว่าเมื่อเทียบกับยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ พืชในวงศ์ขิงจะมีประสิทธิภาพในการรักษาเทียบเท่าและยังปลอดภัยกว่า เพราะไม่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะเกี่ยวกับโรคไตอย่างการใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์

ทั้งนี้ การทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่าที่มีเป็นงานวิจัยขนาดเล็ก ทำให้ไม่อาจระบุประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ข่าได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การใช้พืชใตระกูลข่ายังอาจสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงในการมีเลือดออกมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าการใช้ข่าจะปลอดภัยกว่าในทุกด้าน และปัจจุบันยังไม่มีการวิจัยเปรียบเทียบความเสี่ยงข้อนี้ รวมถึงการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างสารสกัดจากขิง ข่า และขมิ้นชัน ว่าชนิดใดจะเห็นผลดีมากกว่ากัน

ต้านมะเร็ง งานวิจัยบางงานพบว่าสารสกัดจากเหง้าข่ามีสารบางชนิดที่เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของร่างกายมนุษย์ที่นำมาทดสอบ โดยอาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เซลล์มะเร็งมดลูกไวต่อยาเคมีบำบัดอย่าง Daunomycin ยิ่งขึ้น รวมทั้งบางงานกล่าวว่าสารสกัดเหง้าข่าด้วยเมทานอลมีคุณสมบัติต้านเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม การทดลองทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นในห้องทดลอง ไม่ได้ทดสอบกับมนุษย์โดยตรง การหยดสารจากข่าลงบนเซลล์มะเร็งกับการรับประทานที่ต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายย่อมแตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาสรุปได้ว่าการรับประทานข่าจะมีผลในการฆ่าเซลล์มะเร็งได้แบบเดียวกัน

ต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย จากการทดลองเปรียบเทียบระหว่างสารสกัดเหง้าข่าด้วยแอลกอฮอล์ผสมน้ำโดยการหมักเย็น การหมักร้อน หรือสารสกัดเหง้าข่าด้วยเมทานอล โดยข่าที่ใช้ในการทดลองนี้คือข่าแดง  พบว่าสารสกัดจากทุกกระบวนการต่างมีสารประกอบสำคัญอย่างแทนนิน (Tannins) อัลคาลอยด์ (Alkaloids) ซาโปนิน (Saponins) รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงอย่างฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) แต่การหมักด้วยความร้อนจะพบสารฟีนอล (Phenol) และฟลาโวนอยด์มากกว่าวิธีอื่น ๆ

นอกจากนี้ จากการทดสอบสารสกัดจากข่าด้วยทั้ง 3 วิธี พบว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านแบคทีเรีย Bacillus Cereus และแบคทีเรีย Staphylococcus Aureas ต้นเหตุของอาการอาหารเป็นพิษ แบคทีเรีย Escherichia Coli ที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วง และแบคทีเรีย Pseudomonas Auroginosa ซึ่งเป็นเชื้อโรคฉวยโอกาสที่จะทำให้ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเกิดการติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังมีอีกงานวิจัยหนึ่งที่กล่าวตรงกันว่าสารสกัดข่าด้วยเมทานอลมีคุณสมบัติต้านจุลินทรีย์ก่อโรค หากมีการพิสูจน์ที่ยืนยันได้ว่าข่ามีคุณสมบัติดังกล่าวเมื่อใช้กับคนจริง ภายหน้าวงการแพทย์อาจมีการพัฒนายาตัวใหม่โดยใช้สารสกัดจากข่าเป็นหนึ่งในส่วนผสมก็ได้

ความปลอดภัยในการใช้ข่ารักษาโรคต่าง ๆ

การรับประทานข่าในปริมาณที่พบได้จากอาหารทั่วไปค่อนข้างมีความปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ ส่วนการรับประทานข่าเพื่อรักษาโรคซึ่งอาจต้องใช้ในปริมาณมากนั้นอาจจะไม่เป็นอันตราย แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าควรใช้ในปริมาณเท่าใดจึงจะปลอดภัย ทั้งยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ประกอบ เช่น อายุ สุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว ดังนั้น ก่อนใช้ข่าหรือผลิตภัณฑ์จากข่าจึงควรปรึกษาแพทย์และทำตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการใช้ข่าสำหรับรักษาโรคเป็นพิเศษก็คือหญิงตั้งครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ข่าในช่วงระหว่างเวลาดังกล่าวที่ยืนยันถึงความปลอดภัยในการใช้ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นดีที่สุด หรือหากใช้ก็ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเสมอ

ข่ายังอาจทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคบางชนิดอย่างยาลดกรดหรือยาที่มีฤทธิ์ลดกรดในกระเพาะอาหาร เนื่องจากข่าอาจมีฤทธิ์เพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร จึงอาจส่งผลให้ยาลดกรดที่รับประทานมีประสิทธิภาพลดน้อยลง ผู้ที่ใช้ยาประเภทดังกล่าวควรระมัดระวังและสังเกตอาการตนเองขณะใช้ข่าในปริมาณมากเพื่อรักษาโรคใด ๆ ด้วย

สินค้าเกี่ยวข้อง

สรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด เนื่องจากดอกคำฝอยมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) อยู่มาก ซึ่งกรดชนิดนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันในเลือดและขับออกทางปัสสาวะและทางอุจจาระ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานหัวหอมหรือกระเทียมที่มีสรรพคุณเช่นเดียวกัน ด้วยการใช้ดอกคำฝอยแห้งประมาณ 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) นำมาชงกับน้ำร้อนครึ่งถ้วยแล้วใช้ดื่ม หรืออีกสูตรให้ใช้ดอกคำฝอย 1 หยิบมือและดอกเก๊กฮวย 10 ดอก ผสมด้วยน้ำสะอาด 500 cc. แล้วเคี่ยวจนงวดประมาณ30 นาที นำมาดื่มเป็นน้ำชาครั้งละ 1 ถ้วยแก้ววันละ 2-3 ครั้ง และสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงกว่าปกติก็ให้รับประทานติดต่อกันสัก 3-7 วัน และถ้าต้องการเพิ่มรสชาติหรือดับรสขื่นหรือเฝื่อน ก็ให้เติมน้ำตาลทรายขาวเข้าไป 2-3 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วยแก้ว (ดอก, กลีบที่เหลือจากผล, น้ำมันจากเมล็ด)

฿ 150 ฿ 150
฿ 140 ฿ 140 -7%
สมาชิก ฿ 140 ฿ 140 -7%

ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายลักษณะกระวานเทศ (ผล)[1] ในต่างประเทศมีการใช้กระวานเทศผสมเป็นตัวบำรุงหัวใจ (ผล)[1] ช่วยกระจายโลหิต (ผล)[1] ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดหู (ผล)[1] ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ผล)[1] ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และในต่างประเทศมีการใช้ผลกระวานผสมกับขิง ผงกานพลู และเทียนตากบ (ผล)[1] ช่วยแก้อาการเกร็งของลำไส้ (ผล)[1] ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร (ผล)[1] ในประเทศอินเดียและจีน มีการใช้กระวานเป็นยารักษาอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[1] ช่วยแก้อาการผิดปกติของตับและคอ (ผล)[1] ช่วยลดอาการอักเสบ (ผล)[1]

฿ 290 ฿ 290
฿ 250 ฿ 250 -14%
สมาชิก ฿ 250 ฿ 250 -14%

เหง้า ขับโลหิตร้ายทั้งหลายให้ตกเสีย ขับระดูสตรี แก้ฟกช้ำ เคล็ดบวม ขับลมในลำไส้ ขับระดู ไล่แมลง แก้จุกเสียด รักษาโรคเหน็บชา แก้ปวดท้อง บิดเป็นมูกเลือด ช่วยสมานแผล สมานลำไส้ แก้ลำไส้อักเสบ แก้มุตกิดระดูขาว ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง แก้ท้องผูก แก้อาเจียน แก้ปวดฟัน เป็นยารักษาหืด แก้เคล็ดขัดยอก ข้อเท้าแพลง แก้โรคผิวหนัง แก้ฝี ทาเคลือบแผลป้องกันการติดเชื้อ ดูดหนอง สมานแผล แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นยาชาเฉพาะที่ ใช้ป้องกันเล็บถอด และใช้ต้มน้ำอาบหลังคลอด รักษาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ ลดอาการอักเสบ บวม เส้นตึง เมื่อยขบ เหน็บชา และลดอาการปวด มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ สมานแผล หรือต้มน้ำสมุนไพรอาบ เป็นส่วนประกอบในยาประคบ ถูนวดตัว บำรุงผิวพรรณ ราก แก้โรคอันบังเกิดแต่โลหิตอันออกทางปากและจมูก ขับโลหิต แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ปวดท้อง ช่วยทำให้ประจำเดือนมาปกติ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ท้องผูก แก้โรคผิวหนัง แก้เคล็ดขัดยอก

฿ 60 ฿ 60
฿ 50 ฿ 50 -17%
สมาชิก ฿ 50 ฿ 50 -17%

ตำรายาแผนโบราณ: กล่าวว่า ผลแก้อัมพาต แก้เส้นปัตตะฆาต แก้เส้นอัมพฤกษ์ แก้คุดทะราดให้ปิดธาตุ แก้โรคหลอดลมอักเสบ เป็นยาขับระดู เป็นยาธาตุ ทาแก้ปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ ระงับอชิณโรค บำรุงธาตุ ขับลม ขับลมให้กระจาย ขับผายลม แก้ลม ขับลมในลำไส้ แก้ท้องร่วง แก้ธาตุพิการ แก้ธาตุไม่ปกติ แก้ปฐวีธาตุพิการ แก้วิสติปัฏฐี แก้ปัถวีธาตุ 20 ประการ บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร แก้จุกเสียด เจริญไฟธาตุ แก้ปวดท้อง ขับเสมหะในโรคหืด แก้อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก) ปรุงเป็นยาประจำ ปัถวีธาตุ เป็นยาขับรกให้รกออกง่าย ภายหลังจากการคลอดบุตรและใช้เวลาโลหิตตกมาก แก้เสมหะ แก้หืดไอ แก้ลมวิงเวียน แก้ริดสีดวงทวาร แก้คุดทะราด แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาการคลื่นไส้ (เกิดจากธาตุไม่ปกติ)

฿ 80 ฿ 80
฿ 65 ฿ 65 -19%
สมาชิก ฿ 65 ฿ 65 -19%
สินค้าที่เคยเข้าชม
ยังไม่เคยเข้าชมสินค้า
Powered by MakeWebEasy.com