รายละเอียด:
ราคาสำหรับ 6ขวด น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวบริสุทธิ์ขนาด 30แคปซูล
ซื้อ 10 แพ็คลด 10% ซื้อ 20 แพ็คลด 20% ติดต่อ 082-346-0888 หรือ 083-556-8288 ค่ะ
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูลของ HandyPlantจะใช้น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวบริสุทธิ์ ซึ่งสามารถทดสอบได้โดยการฉีกแคปซูล นำน้ำมันที่ได้มาทาที่ผิวทิ้งไว้สักระยะเพื่อให้กลิ่นของแคปซูลจางหายไป เมื่อสูดดมแล้วจะได้กลิ่นรำข้าว
ความแตกต่างของกระบวนการผลิตน้ำมันบริสุทธิ์กับน้ำมันผ่านกรรมวิธี
ต่างตรงที่น้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์ที่ดีจะใช้รำข้าวสีใหม่ 100% ผ่านเครื่องบีบน้ำมัน และกรอง ส่วนน้ำมันผ่านกรรมวิธีถ้าจะอธิบายง่ายๆนั้นคือทางโรงงานจะนำรำข้าวที่สะสมไว้มาสกัดน้ำมันโดยตัวทำละลายเฮกเซน หลังจากนั้นจะแยกน้ำมันออกจากตัวทำละลายซึ่งวิธีนี้จะทำให้สี กลิ่น รส ของน้ำมันหายไป
การจากตรวจวิเคราะห์น้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์จะมีแกมม่าออริซานอลประมาณ 12000ppmขึ้นไป ส่วนน้ำมันผ่านกรรมวิธีนั้นมีไม่เกิน 5000ppm
ข้าวนอกจากจะเป็นอาหารแล้วยังเป็นยาอีกด้วย ในปัจจุบันการบริโภคข้าวขาวเป็นที่นิยมแพร่หลายทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับสารอาหารจากรำข้าวและจมูกข้าวที่มีอยู่ในข้าวกล้อง น้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์ 1 ลิตรจะใช้รำข้าวเป็นวัตถุดิบไม่ต่ำกว่า 30 กิโลกรัม โดยรำข้าว 1 กิโลกรัมจะมาจากข้าวกล้องประมาณ 3 กิโลกรัม
กลุ่มผู้ใช้
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวบริสุทธิ์ชนิดแคปซูลพกพาสะดวก เป็นอาหารเสริมที่เหมาะกับผู้บริโภคข้าวขาวเป็นประจำปริมาณที่บรรจุ 2แคปซูลนี้พอๆกับปริมาณข้าวกล้องก่อนหุงถึง 100กรัม และที่สำคัญเป็นน้ำมันบีบเย็นซึ่งช่วยคงคุณค่าของสารอาหารที่สำคัญไว้ได้เป็นอย่างดีไม่มีการเติมวิตามินหรือสารอาหารสังเคราะห์เพิ่มเติม เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25ปีขึ้นไปยกเว้นสตรีมีครรภ์ รับประทาน 3แคปซูลพร้อมอาหารเย็น
ประโยชน์นานาชนิด (อ้างอิง http://th.wikipedia.org/wiki/น้ำมันรำข้าว)
ซึ่งมีอยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (Seed Membrane Layer) และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด เช่น
• กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ ช่วยลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ
• กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น การเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชัน จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยเจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย
• กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) วิตามินอีธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล(Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง
• กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 6 และกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ 33%
• กลุ่มวิตามิน B - Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น
• กลุ่มแกมมา - ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด และรักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทอง นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวีได้ เมื่อใช้กินหรือใช้ทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก
"การได้รับสารอาหารต่างๆนั้น ควรได้จากการบริโภคอาหารหลักที่หลากชนิด ครบทั้ง 5 หมู่และเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะ"