เกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย ตอนที่3 รหัสสินค้า: 000027 รายละเอียด: โดย นางวรรณลดา สุนันทพงศ์ศักดิ์
ผู้เชี่ยวชาญด้านบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ
ระบบการเกษตรของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงมาเป็นการเกษตรกรรมแผนใหม่ (Conventional Agricullture) หรือเกษตรกรรมเคมี (Chemical Agriculture) และหรือเกษตรกรรมกระแสหลัก (Mainstream Agriculture) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ปี คศ. 1960 ยุคการปฏิวัติเขียว (Green Revolution) ภายใต้การสนับสนุนของประเทศอุตสาหกรรมกลุ่มยุโรปและอเมริกา และบริษัทธุรกิจการเกษตร ระบบการเกษตรดังกล่าวนี้มุ่งเน้นการใช้สารเคมีจำพวกปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อที่จะเพิ่มผลผลิตเน้นในด้านการส่งออก มีการใช้นำเทคโนโลยีในด้านเครื่องจักรกลการเกษตรมากขึ้น ทำให้มีการใช้แรงงานสัตว์ลดลง จึงกล่าวได้ว่าระบบการเกษตรกรรมแผนใหม่นี้เป็นระบบที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เน้นการใช้เครื่องจักรกล เป็นระบบการเกษตรที่เน้นการลงทุนจำนวนมาก ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการจัดการผลิตพืชและสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งในพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งหมายถึงการลุกล้ำพื้นที่ป้าไม้เพื่อที่จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร ในด้านที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิตนั้นนอกจากการผลิตพันธุ์พืชและสัตว์ในปริมาณมากขึ้นแล้ว ยังมีการผลิตปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นการใช้พลังงานโดยทางอ้อมเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานในรูปของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการทำงานของเครื่องจักรกลการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และกระบวนการขนส่งปัจจัยการผลิตต่างๆ ระบบการเกษตรแผนใหม่หรือเคมีนี้จะมีความเกี่ยวข้องในรูปของบริษัทธุรกิจการเกษตรในการที่จะควบคุมปัจจัยการผลิต การแปรรูป การตลาดและการขนส่งลักษณะเช่นนี้หน่วยงานของรัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ได้แก่ การกำหนดชนิดและรูปแบบของการปลูกพืช กำหนดราคาสินค้าของผลผลิตทางการเกษตร และนโยบายกำหนดเงินกู้ให้แก่เกษตรกรเพื่อที่จะต้องมีการลงทุนซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรแทนการใช้แรงงานคนหรือสัตว์รวมถึงการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ผลกระทบที่ตามมากล่าวคือ ความเป็นอยู่และสภานะภาพของการเงินของเกษตรกรนั้นกลับกลายเป็นภาระหนี้สินและไม่สามารถจะดำรงชีพได้อย่างพอเพียงวัฒนธรรมความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไป ผลกระทบที่ตามมาเกิดความเสียหายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ 04/04/2547 (update 14/05/2008) |