เกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย ตอนที่2 รหัสสินค้า: 000020 รายละเอียด: โดย นางวรรณลดา สุนันทพงศ์ศักดิ์
ผู้เชี่ยวชาญด้านบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ
นอกจากนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจพบสารพิษตกค้างในผลผลิตการเกษตรจากผลไม้รับประทานทั้งเปลือก 5 ชนิด ได้แก่ องุ่น ชมพู่ ฝรั่ง พุทรา และละมุด โดยพบสารเคมีในกลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟตและคาร์บาเมทสูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปี 2540 กรมวิชาการเกษตรได้รายงานการวิเคราะห์สารพิษตกค้างในดินและน้ำบริเวณพื้นที่การเกษตรและสิ่งแวดล้อมในแปลงปลูกไม้ผลจากองุ่น มะม่วง และส้มโอ พบว่ามีสารพิษทั้ง 2 กลุ่ม ดังกล่าวในปริมาณค่อนข้างสูงเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากเกษตรกรโดยส่วนใหญ่มีการใช้สารเคมีไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการใช้น้ำเพื่อการบริโภคของเกษตรกรเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ในทำนองเดียวกันสารพิษสำหรับกำจัดแมลงได้ตรวจพบในพืชผักด้วยพบว่ามีการสะสมของสารพิษเกินมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเช่นกัน ส่วนทางด้านผลผลิตการเกษตรส่งออกนั้น กรมวิชาการเกษตรรายงานพบว่ามีสารพิษตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในสินค้าการเกษตรส่งออกประเภทผักและผลไม้ปนเปื้อนสารพิษดังกล่าวอยู่ถึง 23 เปอร์เซ็นต์
จากรายงานของกรมวิชาการเกษตรในปี 2541 พบว่าเกษตรกรใช้สารเคมีในกลุ่มออร์แกนโนคลอรีนกันมาก สารเคมีกล่าวนี้สลายค่อนข้างช้าและคงสภาพในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูกพืชสำหรับการบริโภค การใช้สารเคมีป้องกันการเกิดศัตรูพืชส่งผลให้เกิดการดื้อยาของโรคและแมลงศัตรูพืช ศัตรูพืชหลายชนิดที่สามารถปรับตัวเพี่อความอยู่รอดโดยสร้างความต้านทานหรือดื้อยาต่อสารเคมี เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนใยผัก หนอนเจาะสมอฝ้าย ไรแดง และเชื้อราสาเหตุโรคพืชไฟท๊อปเธอร่า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมิได้เพียงแต่ทำลายศัตรูพืชเท่านั้น แต่มีผลต่อการทำลายศัตรูธรรมชาติ ซึ่งเป็นแมลงที่มีประโยชน์ในการควบคุมศัตรูพืชด้วย ศัตรูธรรมชาติมีจำนวนลดลง ได้แก่ ตัวห้ำและตัวเบียน รวมถึงพวกแมลงผสมเกสรให้กับพืชด้วย ทำให้ระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตในดินสูญเสียความสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินหลายกลุ่มถูกทำลาย มีผลทำให้เกิดความไม่สมดุลโดยที่เชื้อสาเหตุโรคพืชในดินจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากสารเคมีมีผลทำให้สมบัติบางประการของดินเสื่อมโทรมลง โดยที่สารเคมีประเภทปุ๋ยเคมีบางชนิด จะมีผลทำให้ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินลดลง 27/03/2547 (update 15/05/2008) |