| มะหาดผง รหัสสินค้า: 000171 ราคา 0.00 บาท รายละเอียด: ชื่อวิทยาศาสตร์ Artocarpus lacucha Roxb.
ชื่อวงศ์ MORACEAE
ชื่อสามัญ มะหาด
ชื่อพื้นเมือง กาแย ตาแป ตาแปง (มลายู นราธิวาส)
มะหาด (ภาคใต้) มะหาดใบใหญ่ (ตรัง) หาด (ทั่วไป)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะหาดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่
ใบแก่ มีรูปเป็นรูปไข่ หรือขอบขนานรี ริมใบเรียบ ดอกเป็นช่อสีเหลือง
ลูกกลม นิยมปลูกโดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด
วิธีปลูกโดยการเพาะกล้าก่อนแล้วจึงปลูกในหลุมที่มีปุ๋ยคอกหรอืปุ๋ยหมักรองก้นหลุม
ระยะแรกดูแลให้น้ำและกำจัดวัชพืชด้วยมะหาะที่เจริญเติบโตดีจะให้ผลเมื่ออายุ 5 ปี
ส่วนที่ใช้เป็นยา แก่นต้นมะหาด
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา ช่วงอายุต้นมะหาด 5 ปีขึ้นไป
เภสัชศาสตร์ จุฬาฯ พบสูตรสมุนไพรไทย แก่นมะหาด
ลดความเข้มของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง มีผลทำ
ให้ผิวขาวได้ ปลอดภัยและไม่ทำให้ระคายเคืองผิว
รศ.ดร.กิตติศักดิ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ อีกท่านจากสกุลนี้ คือ อภิรักษ์ ลิขิตวิทยาวุฒิ
และ รศ.ดร.ภาคภูมิ เต็งอำนวย อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรม
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งศึกษาวิจัย สมุนไพรช่วยให้ผิวขาวจากแก่นมะหาด
เปิดเผยว่า สารที่มีคุณสมบัติลดสีผิวและช่วยทำให้ผิวขาว
มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับกลไกการออกฤทธิ์ ทั้งนี้ สารที่ทำให้เกิดผิวขาว
ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ สารขจัดสีผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง
เอนไซม์ไทโรสิเนส ซึ่งทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยา ตั้งต้นของกระบวนการ
สังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน สารเหล่านี้ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
ทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาแพง การศึกษาวิจัยสมุนไพรไทยจากแก่นมะหาด
เพื่อพัฒนาสารที่ช่วยทำให้ผิวขาว นับเป็นทางเลือกหนึ่ง
ในการลดการนำเข้าสารเหล่านี้จากต่างประเทศ
มะหาดมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Artocarpus lakoocha Roxb. เป็น
ต้นไม้ยืนต้นในวงศ์ Moraceae พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชาวบ้านนิยมนำแก่นมาต้มกับน้ำ และนำสิ่งที่สกัดได้มาทำให้เป็นผงแห้ง
เรียกว่า ปวกหาด ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิตัวตืด การศึกษาวิจัยเรื่องสรรพคุณ
ของมะหาดที่ทำให้ผิวขาวนั้นเริ่มต้นเมื่อปี 2541 โดยทำการสุ่มตัวอย่าง
พืชสมุนไพรหลายชนิด มาทดสอบฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรสิเนส
ในหลอดทดลอง จนกระทั่งพบว่าสารสกัดจากแก่นมะหาด ให้ผลยับยั้งเอนไซม์
ชนิดนี้มากที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่จะนำสารชนิดนี้มาพัฒนา
เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผู้วิจัยได้ทำการประเมิน
ประสิทธิผลของสารสกัดจากแก่นมะหาดเป็นลำดับขั้น
เริ่มจากการศึกษาในหนูตะเภา และการทดลองใช้ในอาสาสมัคร
โดยช่วงแรกผู้วิจัยได้นำผงปวกหาดที่หาได้ง่ายมาทดลองใช้ เปรียบเทียบกับ
สารที่ช่วยทำให้ผิวขาวเป็นที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบันและมีราคาแพง
ผลการทดลองพบว่าปวกหาดมีประสิทธิภาพในการลดความเข้มของสีผิว
ในหนูตะเภา ต่อมาได้ทำการศึกษาในอาสาสมัครจำนวน 4 คน
โดยทาสารสกัดจากแก่นมะหาดที่แขนวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์
และทำการวัดค่าความเข้มของสีผิวด้วยเครื่อง Mexameter
พบว่าแขนที่ทาด้วยสารสกัดจากแก่นมะหาดมีแนวโน้มให้ค่าความเข้ม
ของสีผิวลดลง นอกจากนี้ ยังไม่มีอาการแพ้หรือระคายเคือง ในที่สุดผู้วิจัยได้ศึกษา
ในอาสาสมัครจำนวนมากขึ้น คือ 60 คน ในระยะเวลา 12 สัปดาห์
โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน เป็นเพศหญิง อายุ 2048 ปี
มีสภาพผิวหนังปกติ จากการทาสารสกัดที่ต้นแขนของอาสาสมัครวันละ 2 ครั้ง
เช้า-เย็น เปรียบเทียบกับอาสาสมัครที่ทาด้วยสารสกัดจากชะเอมและกรดโคจิก
ผลการทดลองพบว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ทาด้วยสารสกัดจากมะหาด จะมีผิวขาวขึ้นเรื่อย ๆ
ความขาวของสีผิวจะเห็นผลในระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
อย่างมีนัยสำคัญตามระยะเวลาที่ทำการทดลอง นอกจากนี้ ยังไม่พบอาการแพ้
หรือระคายเคืองผิวแต่อย่างใด ในขณะที่สารสกัดจากชะเอมและกรดโคจิก
ให้ผลในการทำให้ผิวขาวในระยะเวลาที่นานกว่า คือ 10 และ 8 สัปดาห์ตามลำดับ
ปัจจุบันการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการทดลองพัฒนา ตลอดจนศึกษา
ถึงประสิทธิภาพและความคงตัวเมื่ออยู่ในสูตรตำรับต่าง ๆ เปอร์เซ็นต์ความเข้มข้น
ที่เหมาะสมสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ รวมถึงวิธีการสกัดสารจากแก่นมะหาดให้มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น
การใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้
เนื้อไม้สีน้ำตาลแกมเหลืองอ่อนเสี้ยนสน เนื้อหยาบ แข็ง
เหนียวและทนทานมาก ปลวกและมอดไม่ชอบทำลาย
เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย ใช้ทำเสา หมอนรองรางรถไฟ
สะพาน ด้ามเครื่องมือทางการเกษตร
การใช้ประโยชน์ทางด้านโภชนาการ ผลสุกรับประทานได้
เนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดรสเปรี้ยวอมหวาน
การใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร
แก่น - ให้ปวกหาด ใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด และพยาธิไส้เดือน ละลายกับน้ำ ทาแก้ผื่นคัน
แก่นเนื้อไม้ - แก้ขุกแน่น แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ ขับลม ผายลม แก้ผื่นคัน
แก้ตานขโมย เป็นยาระบาย ถ่ายพยาธิไส้เดือนตัวกลม ถ่ายพยาธิเส้นด้าย
ถ่ายพยาธิตัวตืด ขับเลือด แก้ลม ถ่ายพยาธิตัวแบน แก้กระษัย แก้เส้นเอ็นพิการ แก้ท้องผูกไม่ถ่าย
แก่น - แก้โรคกระษัยไตพิการ แก้กระษัยดาน แก้กระษัยเสียด
แก้กระษัยกล่อน แก้กระษัยลมพานไส้ แก้กระษัยทำให้ท้องผูก แก้ดวงจิตขุ่นมัว
ระส่ำระสาย แก้นอนไม่หลับ แก้เบื่ออาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ
แก้ปัสสาวะกระปริบกระปรอย ถ่ายพยาธิ พยาธิตัวตืด แก้ท้องโรพุงโต
แก้จุกผามม้ามย้อย แก้ฝีในท้อง แก้ปวด แก้เคือง กระจายโลหิต
ราก - แก้ไข้ แก้กระษัยเส้นเอ็น ขับพยาธิ แก้ไข้เพื่อฝีภายใน แก้พิษร้อน
เปลือก - แก้ไข้
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
ผงปวกหาด เตรียมได้โดยการเอา แก่นมะหาดมาต้มเคี่ยวด้วยน้ำ
ไปนานจนเกิดฟองขึ้น แล้วช้อนฟองขึ้นมาตากแห้ง จะได้ผงสีเหลือง
นำมาบดให้เป็นผงละเอียด ขนาดรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา (ประมาณ 3-5 กรัม)
รับประทานกับน้ำสุกเย็น ก่อนอาหารเช้า หลังจากรับประทานยาปวกหาด
แล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ให้รับประทานดีเกลือ หรือยาถ่ายตาม เพื่อระบายท้อง
จะถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิไส้เดือนออกหมด
สำหรับผู้ถ่ายพยาธิตัวตืด
ใช้ผงมะหาด 1 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ รับประทานครั้งเดียว
อีก 2 ชั่วโมงต่อมาให้รับประทานยาถ่ายตาม
สำหรับเด็ก ใช้ยาครึ่งช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ รับประทานครั้งเดียว
อีก 2 ชั่วโมงต่อมาจึงรบประทานยาถ่ายตาม
อาการข้างเคียง
ผู้ป่วยบางราย มีอาการแพ้ มีผื่นคันขึ้นทั้งตัว หน้าแดง ผิวหนังแดง คัน
ตาแดง มีไข้ อาการจะหายไปภายใน 1-2 วัน
สารเคมี : ที่พบในมะหาด
เปลือกราก
- มี 5, 7 Dihydroxy flavone - 3 - 0 - - L - rhamnoside
- Galangin - 3 - beta - D - galactosyl - (1-4) - alfa - L - rhamnoside
- Lupeol
- Quercetin - 3 - O - beta - L - rhamnopy ranoside
- beta - Sitosterol
ทั้งต้น - มี 2, 3, 4, 5 - Tetrahydroxystibene
ต้น - มี 5 - Hydroxy - 2 ,4,7 - trimethoxy flsvone
- 2, 3, 4, 5, - Tetrahydroxystibene
เปลือกต้น - มี Tannin , Amyrin acetate, Lupeol acetate
นอกจากนี้ยังพบสารเคมี โดยไม่ระบุว่าพบในส่วนใดคือ 2 , 3 ,4 , 5 - Tetrahydroxystibene
ข้อควรระวัง
ห้ามรับประทานผงปวกหาดกับน้ำร้อนจะทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้
แหล่งข้อมูล::
http://www.plantgenetic-rspg.org/herbs/herbs_04_5.htm
07/05/2551 (update 15/05/2008) |