| มะขามป้อม รหัสสินค้า: 000158 ราคา 0.00 บาท รายละเอียด: มะขามป้อม
ชื่อวิทย์ศาสตร์ Phyllanthus emblica Linn.
ชื่อวงศ์ EUPHORBIACEAE
ชื่อสามัญ Emblic Myrabolan, Malacca Tree, Indian Gooseberry,
Amala Plant, Amalak Tree
ชื่ออื่น กำทวด มั่งลู่ สันยาส่า,กันโตด (เขมร-จันทบุรี),
กำทวด (ราชบุรี),มั่งลู่ สันยาส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น ส่วนอ่อนๆ
มักมีขน ใบเดี่ยวติดกับใบแขนงกิ่งแบบสลับและดูคล้ายกับ
เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบรูปเรียวยาวที่มีขอบใบ
ค่อนข้างขนาน บางครั้งพบมีเนื้อใบสองข้างไม่เท่ากันโคน
ใบมนมีติ่งแหลม เล็กน้อย ขนาดใบกว้าง 1-5 มม. ยาว 4-15 มม.
ดอกสีเหลืองอมเขียวขนาดเล็ก มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย
ออกตามมุม ก้านใบ ดอกตัวผู้มักออกเป็นช่อ ดอกตัวเมียอยู่เดี่ยว
ผลกลมขนาด 1-2 ซม. สีเหลืองอมเขียวมักมี 6 พู
ส่วนที่ใช้เป็นยา ผลโตเต็มที่สด
รสและสรรพคุณยาไทย มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีหลายรสคือ
เปรี้ยว หวาน ฝาด ขม ซึ่งความหลากหลายของรสนี้ในทาง
ยาไทยถือว่าสามารถรักษาโรคได้หลายโรค โดยเฉพาะรสฝาด
ขม เปรี้ยว เป็นจุดเด่นของสมุนไพรชนิดนี้ หมอแผนโบราณหรือ
ชาวบ้านจึงใช้มะขามป้อมแก้หวัด
ต้มอาบแก้ไข้ เข้ายาเย็น ระบาย บำรุงเนื้อหนังให้
บริบูรณ์ กัดเสมหะในคอ ทำให้เสียงเพราะ แกม้งสังให้บริบูรณ์
แก้พรรดึด แก้พยาธิ แก้ไข้เจือลม แก้ไอ แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอ
ลดไข้ ข้บปัสสาวะ ระบายท้อง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต แก้ลม
แก้ล้ก ปิดล้กเปิด มี วิตามินซี มากกว่าน้ำส้มคั้น ๒๐ เท่า
เป็นยาฝาดสมาน แก้โรค ดีซ๋าน และช่วยย่อยอาหาร
หมักได้ แอลกอฮอล์ รับประทานแก้อาหารไม่ย่อย แก้ไอ สมานแผล
ต้มดื่มแก้ไข้ แก้พิษไข้ พิษโลหิต ทำให้เส้นยืด
แก้มะเร็งกรามช้าง เป็นยาเย็น ฟอก โลหิต ทำให้อาเจียน
สารที่พบ ในเนื้อผลมะขามป้อมมีกรดแอสคอบิกหรือวิตามินซีสูง
ถึง 1-2% ทำให้กรดชนิดในมะขามป้อม 1 ผล สูงเท่ากับทีพบในส้ม 2 ผล
สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน
แก้ไอ ขับเสมหะ โดยใช้เนื้อผลสด ครั้งละ 2-5 ผล โขลกพอแหลก
แทรกเกลือเล็กน้อย อมหรือเคี้ยว วันละ 3-4 ครั้ง การที่
เนื้อมะขามป้อม แก้ไอ ขับเสมหะได้ เพราะในเนื้อมีกรดอินทรีย์
และมีสารช่วยกระตุ้นให้น้ำลายออก ช่วยละลาย เสมหะ
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
1. ฤทธิ์ยับยั้งอาการไอ
มีการนำสารสกัดจากมะขามป้อมมาทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการ
ไอในแมว พบว่าสารสกัดจากมะขามป้อมสามารถยับยั้ง
การไอได้ในลักษณะ Dose dependent ซึ่งฤทธิ์ในการยับยั้ง
การไอนี้มีประสิทธิภาพน้อยกว่าการใช้ Codeine แต่มากกว่า การใช้ Dropropizine
2. ฤทธิ์ในการกำจัด nitric oxide
มีการทดลองเพื่อทดสอบฤทธิ์ในการเป็น nitric oxide (NO) scavenger
ของมะขามป้อมโดยการนำมะขามป้อมแห้ง มาสกัดด้วย methanol
จากนั้นนำมาสกัดแยกให้เป็น fraction ของ hexane, ethyl acetate
และน้ำ พบว่า fraction ของ ethyl acetate มีฤทธิ์เป็น
strong NO scavenging activity เมื่อเปรียบเทียบกับ hexane และน้ำ
3. ฤทธิ์ในการเป็น Antioxidant
มีการศึกษาฤทธิ์ในการเป็น Antioxidant ของมะขามป้อม
โดยการนำสารสกัดด้วย butanol ของมะขามป้อมให้หนูที่ถูก
เหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารในขนาด 100 mg/kg
ของน้ำหนักตัว เป็นเวลา 10 วัน พบว่าสารสกัดทำให้มี gastric mucus
และ hexosamine เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
4. ฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ
สารสกัดด้วย Methanol, tetrahydrofuran และ 1,4-dioxane
จากใบของมะขามป้อม ในความเข้มข้น 50 micrograms/ml
ยับยั้งการสร้าง leukotriene B4 จาก human PMNs ที่ถูกเหนี่ยวนำ ได้ 90%
และยับยั้งการ degranulation เมื่อถูกเหนี่ยวนำด้วย
N-formyl-L-methionyl-L-leucyl-L-phenylalanine (FMLP)
ได้ 25-35% และสาร สกัดด้วย Diethyl ether
ในความเข้มข้น 50 micrograms/ml ยับยั้งการหลั่ง leukotriene B4
ที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย calcium ionophore A23187 จาก human PMNs
ได้ 40% ยับยั้งการสร้าง thromboxane B2 จาก platelets ขณะเกิดการแข็งตัว
ของเลือดได้ 40% และยับยั้งการเกาะกลุ่มกัน
ของเกล็ดเลือดเมื่อถูกเหนี่ยวนำด้วย adrenaline ได้ 36%
5. ฤทธิ์ในการปกป้องเซลล์ตับ
สารสกัดมะขามป้อมในขนาด 75 mg/kg สามารถลดการ
เพิ่มขึ้นของ AST, ALT, IL-1 ของหนูที่ได้รับการเหนี่ยวนำใน
การเกิด hepatic injury ด้วย ethanol ได้อย่างมีนัย
สำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัด
วิธีใช้
๑. แก้เบาบ่อย ใช้รากมะขามป้อม หนัก ๔ บาท ฝางเสน
หนัก ๔ บาท ต้มรับประทานก่อนอาหาร ๓ เวลา แก้เบาบ่อย เบากะปริบกระปอย
๒. คนที่มีปัญหาโลหิตจาง ให้กินผงมะขามป้อม ๑ ช้อนชา
กับน้ำผึ้งในปริมาณเท่ากัน กินวันละ ๒ ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น
๓. คนที่มีเลือดออกง่าย ให้ดื่มน้ำคั้นจากมะขามป้อม
๒ ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง ๑ ช้อนชา หลังอาหาร ๓ เวลา
๔. คนที่มีอาการดีซ่าน ให้ดื่มน้ำคั้นจากมะขามป้อมสด
ผสมน้ำ คั้นจากองุ่น(ถ้าเป็นองุ่นลูกสีดำจะดีกว่า) ให้ดื่มต่างน้ำ
๕. คนที่มีอาการไอแห้งร่วมกับริมฝีปากแห้ง และรู้สึกร้อน
ในอก ให้ใช้ผงมะขามป้อม ๒ ช้อนชา ต้มกับนมสดครึ่งแก้ว
( ๑๐๐ ซีซี) และเนยจืดอุ่นให้ร้อน ๑ ช้อนชา ก่อนอาหาร เช้า-เย็น
๖. คนที่มีอาการร้อนใน มีแผลในปาก ให้ใช้ยาต้มจากมะขามป้อม
และชะเอมเทศ โดยใช้ตัวยาทั้งสองอย่างละครึ่ง ต้มกับน้ำ ๑๖ แก้ว
ต้มให้เหลือ ๘ แก้ว ใช้น้ำยานี้บ้วยปากบ่อยๆ
๗. กินแก้เบาหวานให้ใช้มะขามป้อมสด ๓ ส่วน
ขมิ้นชัน ๑ ส่วน บดให้แหลก กินครั้งละ ๒ ช้อนชา
วันละ ๓ ครั้ง หลังอาหาร ( คนไข้ ต้องควบคุมเรื่องอาหารด้วย)
เอกสารอ้างอิง::
http://admin.pha.nu.ac.th/plant_for_primary_care/respiratory/phyllanthus_emblica.html
http://www.geocities.com/thaimedicinecm/sansilpayathai55makhampom.htm
04/05/2551 (update 15/05/2008) |