เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย | English
Mobile   PDA  
ค้นหา:
สมัครสมาชิก  บทความ  รถเข็น 
สถิติของร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ 16/03/2547
ปรับปรุงร้านเมื่อ 04/07/2551
ผู้ชมร้านทั้งหมด
249731
สินค้าทั้งหมด 160
0167314702026
หมวดหมู่สินค้า/บริการ

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
----องค์กรเกษตรอินทรีย์----
OFRF
Soil Association
IFOAM
The IBOAA Israel
มาตรฐานOrganicThailand
มาตรฐานมกท.
-------ลิงค์เพื่อนบ้าน-------
สมุนไพรดอทคอม
จำหน่ายเครื่องจักรการเกษตร
Thailand Hotels
Bangkok Hotels
The Free Encyclopedia
...
Bangkok, Thailand Time


Pay online by TaradPay

ขณะนี้อยู่ระหว่างการเพิ่มข้อมูลสินค้าใหม่ สินค้าที่แสดงราคาเป็น0.00 คือสินค้าที่อยู่ระหว่างการจัดทำค่ะ

สินค้า/บริการ รายละเอียดสินค้า/บริการ
คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดรูปจริง

Tell a Friend

ฟ้าทะลายโจรผง

รหัสสินค้า: 000157
ราคา 0.00 บาท
รายละเอียด: ฟ้าทะลายโจร
ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ ฟ้าทะลาย, น้ำลายพังพอน, ยากันงู,
ฟ้าลาง, เมฆทะลาย, ฟ้าสะท้าน, สามสิบดี, ดีปังฮี (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis paniculata (Burm) Nees.
วงศ์ Acanthaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสคร์
ไม้ล้มลุก สูง1-2 ศอก ลำต้นสี่เหลื่ยม ตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขามากมาย
ใบเรียว กว้างประมาณ 1 ซม. ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ สีขาว
มีรอบประสีม่วงแดง กลีบดอกด้านบนมี 3 หยัก ด้านล่างมี 2 หยัก
ผลเป็นฝัก คล้ายฝักต้อยติ่ง เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน ต้นและใบมีรสขมมาก
การปลูก
ปลูกโดยหว่านเมล็ดก่อน ฤดูฝนเล็กน้อย แล้วกลบด้วยดินสูง 1-2 ซม
รดน้ำให้ชุ่ม เมื่ออายุ 3-4 เดือน จะเก็บใบมาใช้ได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา ใบ ทั้งต้น
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา เก็บใบในช่วงที่เริ่มออกดอก
ประเทศไทยมีการใช้สมุนไพรและเครื่องเทศมาแต่โบราณ
โดยเฉพาะสมุนไพรนั้น ได้นำมาใช้ในการรักษาโรคจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการแพทย์แผนปัจจุบัน ยังกระจายไปไม่ทั่วถึง
ทำให้ร้อยละ 70-80 ของจำนวนครั้งของความเจ็บป่วย ต้องบำบัด
ด้วยยาแผนโบราณและสมุนไพร ซึ่งพบว่ายังคงมีการใช้กับประชาชน
ถึงร้อยละ 24.6 ของประชากรทั้งประเทศ และหนึ่งในบรรดาพืช
สมุนไพรทั้งหลายที่มีการใช้ในปัจจุบันคือ "ฟ้าทลายโจร"
ฟ้าทลายโจรเป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันมานานและมีชื่อเรียก
กันหลายอย่างตามแต่ละท้องถิ่น เช่น น้ำลายพังพอน
ชวงซิมน้อย เจ็งเกี้ยงฮี่ ฟ้าสาง หญ้ากันงู สามสิบดี เขยตายายคุม
ฟ้าทลายขุนโจรห้าร้อย ฟ้าสะท้าน เป็นต้น บางทีชาวจีน
ก็เรียกฟ้าทลายโจรว่า " ซิปังกี่โขว่ เช่า" ซึ่งหมายถึงพืช
ที่มีลำต้นสี่เหลี่ยม มีรสขม อันเป็นความหมายที่ชัดเจน
และตรงกับ ลักษณะเด่น ของพืชสมุนไพรชนิดนี้มากกว่าคำว่า
"ฟ้าทลายโจร" และทุกส่วนของต้นฟ้าทลายโจรนั้นจะมีรสขม
ถึงกับมีการขนานนามพืชชนิดนี้ว่า "เจ้าแห่งความขม"
(King of the bitterness) .
ฟ้าทะลายโจร เหมาะสำหรับ "หวัด ร้อน" คืออาการที่เหงื่อออก
เจ็บคอ กระหายน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะมีสีเข้ม แต่ฟ้าทะลายโจร
จะไม่เหมาะกับผู้ที่มี อาการของ "หวัดเย็น" คือ ไม่มีเหงื่อ
อุ้งมือ อุ้งเท้าเย็น ปัสสาวะมาก รู้สึกหนาวสะท้าน"
ฟ้าทะลายโจร ยาที่มีความหมายในตัวเองไม่น้อย
เพราะแม้แต่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าฟ้าประทานมาให้ปราบโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ
ซึ่งเปรียบเสมือน เหล่าโจรร้าย ส่วนในภาษาจีนกลาง
ยาตัวนี้มีชื่ออย่างเพราะพริ้งว่า "ชวนซิเหลียน" แปลว่า "ดอกบัวอยู่ในหัวใจ"
ซึ่งมีความหมายสูงส่งมาก วงการ แพทย์จีนได้ยกฟ้าทะลายโจร
ขึ้นทำเนียบ เป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณโดดเด่นมากตัวหนึ่ง
ที่สำคัญคือสามารถใช้เป็นยาเดี่ยวเพียงตัวเดียวก็มี ฤทธิ์แรงพอ
ที่จะรักษาโรคได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในสมุนไพรตัวอื่น
สำหรับความโดดเด่นของฟ้าทะลายโจรนั้น มีสารสำคัญ
ในการรักษาโรค คือ สารแอนโดรแกรโฟไลด์ (Andrographpolide)
ซึ่งทางวงการแพทย์ จีนกำหนดว่ามี 1.5% ก็ใช้เป็นยาได้แล้ว
และเป็นที่น่ายินดีที่ใบฟ้าทะลายโจรในเมืองไทยมีสารสำคัญตัวนี้ถึง
1.7% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับยาตัวใหม่ แล้ว ฟ้าทะลายโจรจัดอยู่
ในจำพวกยาปฏิชีวนะ เช่น เพนนิซิลลินและเตตราซัยคลิน
ซึ่งเป็น ยาแผนปัจจุบันครอบจักรวาลเลยทีเดียว แต่ปลอดภัยกว่า
เพราะไม่มีพิษต่อตับ และไม่ตกค้างในร่างกาย ซ้ำยังมีประสิทธิภาพ
ในการรักษาโรคบางอย่างดีกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีก นอกจากนี้ยังมี
การทดลองทางคลินิกของโรงพยาบาลบำราศนราดูร
พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาโรคบิด
ท้องร่วงและโรคท้องเสีย ชนิดเฉียบพลัน ได้ดีเท่ากับเตตราซัยคลิน
ฟ้าทะลายโจรจึงไม่เพียงแก้ร้อนในได้ผลเท่านั้น
หากยังสรรพคุณเด่นแก้ไข้หวัด ตัวร้อน ระงับการอักเสบเจ็บคอ
แก้ติดเชื้อ และเป็นยาขมเจริญอาหาร จึงนับได้ว่าฟ้าทะลายโจร
เป็นยาครอบคลุมได้กว้างขวางเหมาะสำหรับเป็น
ยาสามัญประจำบ้านแบบไทย ๆ ได้อย่างดียิ่ง
ปัจจุบันมีการนำฟ้าทะลายโจรมากทำเป็นลูกกลอนหรือใส่แคปซูลเพื่อความสะดวก
ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มที่จะสนใจสมุนไพร
สารพัดประโยชน์ตัวนี้ เขามีเคล็ดลับในการกินยาฟ้าทะลายโจร
ให้ได้ผลดี ดีซึ่งเคล็ดลับนั้นมีอยู่ว่า จะต้องกินตอน
เริ่มมีการอาการเป็นไข้ เจ็บคอ และท้องเสีย โดยกินครั้งละ 5 เม็ดขึ้นไป
แต่ถ้ามีอาการมากให้กินได้ถึงครั้งละ 10 เม็ด วันละ 3-4 เวลา
ก่อนอาหาร ถ้ากินเป็นยาขมเจริญอาหาร แก้ธาตุพิการ
อาหารไม่ย่อย ใช้ขนาดตั้งแต่ 3-4 เม็ด
หรือหากบริเวณบ้านของคุณพอจะมีที่ว่างอยู่สักหน่อย
ก็ลองหาฟ้าทะลายโจรมาปลูกกันดู ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชที่ขึ้น
ได้ง่ายสามารถปลูกได้ดีทุกสภาพ แวดล้อมซึ่งเราสามารถ
ใช้ส่วนใบของฟ้าทะลายโจรมากินสดได้เลยก็จะยิ่งดี
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีประโยชน์ในการรักษา
โรคอย่างกว้างขวางและแม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะดูเหมือนจะมีพิษน้อย
แต่เนื่องจากเป้ฯ ยาเย็นจัด การกินฟ้าทะลายโจรรักษาโรคนาน ๆ
ติดต่อกันหลายปีอาจจะเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น มีอาการท้องอืด
อาหารไม่ย่อย แขนขาไม่มีแรง เป็นต้น แต่ถ้ากินวันละ 1-2 เม็ด
เป็นยาอายุวัฒนะสามารถกินได้เรื่อย ๆ ไม่มีพิษอะไร
จากประสบการณ์ของผู้ใช้ มีข้อสังเกตว่าผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ
ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจร เพราะยาฟ้าทะเลาโจรตัวนี้เป็น
ยาที่มีสรรพคุณในการลด ความดันอยู่แล้ว ถ้าหากผู้ที่เป็น
โรคความดันต่ำ และมาใช้ฟ้าทะลายโจรจะทำให้เกิด
อาการหน้ามืด วิงเวียน มึนงง วิธีแก้คือหยุดยาทันที ภายใน 3-4 ชั่วโมง
อาการจะดีขึ้น เพราะตัวยาสามารถถูกขับออกไปไม่มียาตกค้างในร่างกาย
ฟ้าทะลายโจรที่เหมาะสำหรับ "หวัด ร้อน" คือ อาการที่เหงื่อออก
เจ็บคอ กระหายน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะมีสีเข้ม แต่ฟ้าทะลายโจร
จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการของ "หวัดเย็น"
คือ ไม่มีเหงื่อ อุ้งมืออุ้งเท้าเย็น ปัสสาวะมาก รู้สึกหนาวสะท้าน
ถ้าเป็นหวัดเย็น แล้วกินฟ้าทะลาโจรอาการ จะกำเริบขึ้นได้
เช่น หนาวสั่น คลื่นไส้ ดังนั้นก่อนที่จะกินฟ้าทะลายโจรแก้ไข้
จึงควรพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ด้วย
ข้อควรระวัง
บางคนรับประทาน ยาฟ้าทะลายโจร จะเกิดอาการปวดท้อง
ท้องเสีย ปวดเอว เวียนหัว แสดงว่าแพ้ยา ให้หยุดยา
และเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น หรือลดขนาดรับประทานลง
สารสำคัญ
สารจำพวกแลคโตน (lactone) ชื่อแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide),
นีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (neoandrographolide),
และดีออกซี-แอนโดรกราโฟไลค์ (deoxy-andrographolide) เป็นต้น
ประโยชน์ในการรักษา
1. ใช้รักษาอาการเจ็บคอ
2. ใช้แก้อาการท้องเสีย และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
วิธีใช้
การใช้แก้เจ็บคอ และแก้ท้องเสีย มีวิธีใช้เช่นเดียวกัน คือ
1.   ยาชงมีวิธีทำดังนี้
-  เอาใบสดหรือแห้งก็ได้ ประมาณ 5-7 ใบ แต่ใบสดจะดีกว่า
-  เติมน้ำเดือดลงจนเกือบเต็มแก้ว
-   ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง หรือพอยาอุ่น แล้วรินเอามาดื่ม
ขนาดรับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน
2.   ยาเม็ด (ลูกกลอน) มีวิธีทำดังนี้
เด็ดใบสดมาล้างให้สะอาดผึ่งในที่ร่ม ห้ามตากแดด
ควรผึ่งในที่มีลมโกรก ใบจะได้แห้งเร็ว บดเป็นผงให้ละเอียด
ปั้นกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม เป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง (หนัก 250 มิลลิกรัม)
แล้วผึ่งลมให้แห้ง เพราะถ้าปั้นรับประทานขณะที่ยังเปียกอยู่จะขมมาก
ขนาดรับประทานครั้งละ 4-10 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน
3.   แค๊ปซูล มีวิธีทำคือ
แทนที่ผงยาที่ได้จะปั้นเป็นยาเม็ด กลับเอามาใส่ในแค๊ปซูล
เพื่อช่วยกลบรสขมของยา แค๊ปซูล ที่ใช้ ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม)
ขนาดรับประทานครั้งละ 3-5 แค๊ปซูล วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร ก่อนนอน
4.   ยาทิงเจอร์หรือยาดองเหล้าเอาผงแห้งใส่ขวด แช่สุราที่แรงๆ
เช่น สุราโรง 40 ดีกรี ถ้ามี alcohol ที่รับประทานได้ (Ethyl alcohol)
จะดีกว่าเหล้า แช่พอให้ท่วมยาขึ้นมาเล็กน้อย ปิดฝาให้แน่น
เขย่าขวดวันละ 1 ครั้ง พอครบ 7 วัน จึงกรองเอาแต่น้ำ
เก็บไว้ในขวดให้สะอาดปิดสนิท รับประทาน
ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (รสขมมาก) วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร
5.   ยาผงใช้สูดดม
คือเอายาผงที่บดละเอียด มาใส่ขวดหรือกล่องยา
ปิดฝาเขย่าแล้วเปิดฝาออก ผงยาจะเป็นควันลอยออกมา
สูดดมควันนั้นเข้าไป ผงยาจะติดที่คอทำให้ยาไปออกฤทธิ์
ที่คอโดยตรง ช่วยลดเสมหะ และแก้เจ็บคอได้ดี
วิธีที่ดีกว่านี้คือวิธีเป่าคอ กวาดคอ หรือรับประทานยาชง
ตรงที่คอจะรู้สึกขมน้อยมาก ไม่ทำให้ขยาดเวลาใช้
ใช้สะดวกและง่ายมาก ประโยชน์ที่น่าจะได้รับเพิ่มก็คือ
ผงยาที่เข้าไปทางจมูก อาจจะช่วยลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อที่จมูกด้วย
ขนาดที่ใช้
สูดดมบ่อย ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ให้หยุดยาไปสักพัก
จนความรู้สึกนั้นหายไป จึงค่อยสูดใหม่
ฟ้าทะลายโจรนับเป็นสมุนไพรที่ใช้กันมากในจีน อินเดีย
และ ชวามานานแล้ว อีกทั้งได้มีการวิจัยสรรพคุณและความเป็นพิษ
ทั้งในสัตว์ทดลองและในคนไข้แล้ว พบว่าไม่ก่อให้เกิดความเป็น
พิษหรือความผิดปกติใดๆ จึงนับว่าเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง

ข้อมูลจาก::
http://www.pharm.chula.ac.th/osotsala/botanay-food/sub2_3.htm
http://www.nmt.ac.th/product/web/1/e7.htm
http://www.ku.ac.th/e-magazine/february45/agri/far.html

04/05/2551 (update 15/05/2008)
บริการของร้านค้า
© 2001-2007. TARAD.com. All Rights Reserved.