เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย | English
Mobile   PDA  
ค้นหา:
สมัครสมาชิก  บทความ  รถเข็น 
สถิติของร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ 16/03/2547
ปรับปรุงร้านเมื่อ 04/07/2551
ผู้ชมร้านทั้งหมด
249726
สินค้าทั้งหมด 160
0167314702026
หมวดหมู่สินค้า/บริการ

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
----องค์กรเกษตรอินทรีย์----
OFRF
Soil Association
IFOAM
The IBOAA Israel
มาตรฐานOrganicThailand
มาตรฐานมกท.
-------ลิงค์เพื่อนบ้าน-------
สมุนไพรดอทคอม
จำหน่ายเครื่องจักรการเกษตร
Thailand Hotels
Bangkok Hotels
The Free Encyclopedia
...
Bangkok, Thailand Time


Pay online by TaradPay

ขณะนี้อยู่ระหว่างการเพิ่มข้อมูลสินค้าใหม่ สินค้าที่แสดงราคาเป็น0.00 คือสินค้าที่อยู่ระหว่างการจัดทำค่ะ

สินค้า/บริการ รายละเอียดสินค้า/บริการ
คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดรูปจริง

Tell a Friend
คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดรูปจริง

เปราะหอม

รหัสสินค้า: 000147
ราคา 0.00 บาท
รายละเอียด: เปราะหอม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia galanga Linn.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่น
ประจวบคีรีขันธ์ หลังสวนเรียกว่า ว่านหอม ว่านตีบดิบ
เปราะ เถื่อน ทางอีสานเรียกว่า เปราะเขา ตูมหมูบ
นอกจากนี้ยังเรียกว่า หอมเปราะ ว่านหอม ว่านตีนดิน
ว่านดินเย็น ว่านแผ่นดินเย็น เปราะหอมแดง, เปราะหอมขาว
มีชื่อภาษาอังกฤษว่ากาลังกา (Galanga)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เปราะหอมเป็นพืชล้มลุก
อายุปีเดียว มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน เรียกว่า เหง้า
เนื้อภายในสีเหลืองอ่อน มีสีเหลืองเข้มตามขอบนอก
มีกลิ่มหอมเฉพาะตัว ใบเป็นใบเดี่ยว แทงขึ้นจาก
ใต้ดิน 2-3 ใบ แผ่ราบไปตามพื้นดิน หรือวางตัวอยู่ในแนวราบ
เหนือพื้นดินเล็กน้อย ใบมีรูปร่างค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ป้อม
ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย มีขนอ่อนบริเวณท้องใบ
บางครั้งอาจพบขอบใบมีสีแดงคล้ำ เนื้อใบค่อนข้างหนา
ตัวใบมีขนาดกว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ก้านใบเป็น
กาบยาว 1-3 ซม.ดอกออกรวมกันเป็นช่อ ยาว 2-4 ซม.มี
4-12 ดอก ออกตรงกลางระหว่างใบ ดอกมีสีขาว
หรือสีขาวอมชมพูแต้มสีม่วง แต่ละดอกมี กลีบประดับ 2 กลีบ
รองรับอยู่ ซึ่งใบและต้นจะเริ่มแห้งเมื่อมีดอก ผลเป็นผลแห้งแตกได้
พบมากทางเหนือ ใบอ่อนม้วนเป็นกระบอกออกมาแล้วแผ่ราบบนหน้าดิน
ต้นหนึ่งๆ มักมี 1 – 2 ใบ ใบมีรูปร่างทรงกลมโตยาว ประมาณ 5 – 10 ซม.
หน้าใบเขียว เปราะหอมแดงจะมีท้องใบสีแดง เปราะหอมขาวจะมีท้อง
ใบสีขาว มีกลิ่นหอม หัวกลมเหมือนหัวกระชาย ใบงอกงามในหน้าฝน และจะแห้งไปในหน้าแล้ง
เปราะหอมชอบดินร่วนปนทราย มีความชุ่มชื้นเพียงพอ เจริญได้ดีในที่ร่ม
ประโยชน์ เปราะหอมใช้เป็นเครื่องเทศและเครื่องยา
ใบสดเป็นผักจิ้ม น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ป้ายคอ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ
ศ.ดร.โสภณ เริงสำราญ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงงานวิจัยเกี่ยว
การคัดกรองพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเอ็นไซม์
รีเวอร์ส์ทรานสคริปเทสของเชื้อไวรัสเอชไอวีซึ่งได้รับทุน
อุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติว่า
ได้ใช้เวลาค้นคว้าพืชสมุนไพรตระกูลขิงเกือบ 20 ชนิด
เพื่อจะหาสารสำคัญที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์เวอรัสฯ และหาองค์ประกอบ
ทางเคมีของพืชตระกูลขิงโดยพบว่า พืชจำพวกขมิ้นชัน
ขมิ้นอ้อย กระชายดำ เปราะหอม มีฤทธิ์ต้านเอ็นไซม์ดังกล่าวได้ดีพอสมควร
แต่ในการวิจัยได้คัดเลือกพืช 6 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ เปราะหอม
ขิงแห้ง ว่านร่อนทอง ว่านทองคำ และขมิ้นดำดงมาทำการแยกสาร
ให้บริสุทธิ์โดยวิธีทางโครมาโทรกราฟี และพบสารบริสุทธิ์จำนวน 30 ชนิด
หลังจากนั้นได้ทำการวัดค่าการต้านเอ็นไซม์อีก
และพบสารเพียง 4 ชนิด จากเปราะหอมที่สามารถต้านเอ็นไซม์
ได้แก่ ethy1 p-methoxy cinnamate และ p-methoxy cinnamic acid
ศ.ดร.โสภณ กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะนำพืชดังกล่าวข้างต้น
มาทำการวิจัยได้มีการทดสอบพิษวิทยา และทดสอบทางคลีนิกกับ
ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่มาขอรับยาประมาณกว่า 1,000 ราย
พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อเอชไอวีได้ในระดับหนึ่งและคณะวิจัยไ
ด้ทำการติดตามประเมินผลผู้ป่วย ซึ่งปรากฏผลที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ดี การนำสมุนไพรตระกูลขิงมารับประทานในรูปอาหาร
ผักสดก็สามารถทำได้ แต่ทานได้ไม่มากเนื่องจากมีรสชาติเผ็ด
หากนำมาผ่านกระบวนการทางเคมี แปรรูปเป็นสารบริสุทธิ์ก่อน
และทำเป็นแคปซูลก็จะสะดวกกว่า จึงนับว่า
สมุนไพรไทยเป็นหนทางหนึ่งในการต้านเชื้อเอชไอวี

สรรพคุณ
เหง้า มีรสร้อน หอม จึงมีสรรพคุณใช้แก้อาการปวดท้อง
ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม โดยใช้เหง้ามาหั่นเป็นชิ้นๆ
ใช้ครั้งละ -1 กำมือ หรือน้ำหนักสด 10-15 กรัม น้ำหนักแห้ง
5-10 กรัม ต้มกับน้ำพอประมาณ เคี่ยวให้งวดลงเหลือ 1 ใน 3
แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ดื่ม หรือคั้นเอาน้ำจากใบหรือเหง้า
ป้ายบรรเทาอาการเจ็บคอ ใช้สระล้างศรีษะ เพื่อป้องกันรังแค
หัวของเปราะหอมมีกลิ่นหอมใช้ปรุงแต่งกลิ่น
ทางใต้นิยมนำหัวเปราะหอมใส่ในน้ำพริกเพื่อให้มีกลิ่นหอม
ต้น รสเผ็ดขม ขับเลือดเน่าของสตรี
ว่านหอมเป็นเครื่องสำอางในการบำรุงผมชั้นยอด
ยาสระผมของคนอีสานจะมีการใช้ว่านหอม
ผสมกับในส้มโมง (ใบชมวง) แน่งหอม (เร่วขน)
ขมิ้น ต้มกับน้ำมวก ( น้ำแช่ข้าวเหนียวก่อนที่จะนำไปนึ่ง)
ใช้น้ำที่ได้ไปสระผมโดยไม่มีการใช้ยาสระผม
ในท้องตลาดแต่อย่างใด ผมจะดกดำเป็นเงางาม
และมีกลิ่นหอมติดเส้นผม อันเป็นที่มาของตำนานนางผมหอมอันโด่งดัง
เป็นยาแก้ปวดหัวคลายเครียด
คนสมัยก่อนใช่เปราะหอมรักษาอาการปวดหัวดิบ
(ปวดหัวตึบๆไม่ทราบสาเหตุ) หรือมีความเครียด
จะโขลกทั้งหัวและใบใส่น้ำลงไปพอชุ่มเอาผ้าไปชุบ
แล้วนำผ้าไปคลุมหัวไว้(ซึ่งน่าจะเป็นการรักษาโดยอโรมาเธอราปีส์แบบไทยๆ)
รวมทั้งมีการผสมใส่ลงไปในยาหอมเพื่อบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท
ทั้งยังมีการแนะนำให้ใช้หัวว่านหอมต้ม
หรือชงกินเพื่อช่วยทำให้นอนหลับ คลายเครียด
เป็นยาแก้ปวดท้อง
เปราะหอมถือเป็นยาขับลมแก้ปวดท้องชั้นยอด
โดยการใช้หัวสดๆคั้นน้ำหรือต้มกินก็ได้
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า สารสกัดจากหัวเปราะหอม
ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็กคลายตัว บรรเทาอาการปวดท้องได้
เป็นยาแก้ปวด บวม
ในสมัยก่อนถ้ามีอาการปวดบวม จะนำหัวว่านหอมมา
โขลกหรือทุบใส่น้ำพอชุ่มเอาผ้ามาชุบแล้วเอามาพัน
บริเวณที่ปวดบวม ซึ่งจากการศึกษาวิจัยในปัจจุบัน
พบว่าว่านหอมมีฤทธิ์ลดการอักเสบ ซึ่งเปราะหอมเป็นพืชตระกูลขิง
ข่า พืชตระกูลนี้มักจะมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ
จึงนิยมใช้ทำลูกประคบหรือเคี่ยวกับน้ำมันไว้ทาแก้ปวดเมื่อย
เป็นยาแก้หวัดคัดจมูกในเด็กเล็ก
ว่านหอมเป็นที่นิยมใช้โขลกสุมหัว(เอาไปไว้บนกระหม่อมเด็ก)
แก้หวัดดจมูกในเด็กและยังเชื่อว่าทำให้กระหม่อมปิดเร็วขึ้น
การรักษาโดยวิธีนี้น่าจะเป็นการรักษาอโรมาเธอร์ราปีส์
แบบไทยแบบหนึ่ง ทำให้เด็กไม่ต้องได้รับสารเคมีตั้งแต่อายุยังน้อย





29/04/2551 (update 15/05/2008)
บริการของร้านค้า
© 2001-2007. TARAD.com. All Rights Reserved.